ยี้นักการเมือง-รัฐบาล เข้าทางรัฐบาลแห่งชาติ
โพสต์เมื่อ : 19 ส.ค 2568 เวลา 6:51 น.
ยี้นักการเมือง-รัฐบาล เข้าทางรัฐบาลแห่งชาติ
การเมืองเปลี่ยนไปทิศทางไหนเมื่อกระแสมวลชนเชี่ยวกราก เทกำลังใจ บริจาคกำลังทรัพย์ ลงแรงคนละไม้ละมือ ช่วยกองทัพรับมืออริราชศัตรูของชาติ
ล่าสุด “มาดามรถถัง” นางนพรัตน์ กุลหิรัญ เจ้าของบริษัทชัยเสรี ควงลูกชาย จับมือภาคเอกชนช่วยชาติ โดยส่งยานเกราะล้อยาง ทีมช่างอะไหล่ซ่อมรถให้กองทัพ ช่วยรักษาเอกราช และความมั่นคงของชาติอีกแรงแต่เมื่อหันไปดูบทบาทของนักการเมือง ถึงกับเข่าทรุดเมื่อสังคมหมดหวังกับพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในการแก้ปัญหาประเทศเปิดเผยของนิด้าโพลที่สำรวจเรื่อง “มีความหวังหรือหมดหวังกับพรรคการเมือง”โดยเฉพาะเมื่อส่งสัญญาณทะลุเกิน 50 % เลือกตั้งครั้งหน้าไม่เลือกสส.เขตหน้าเดิมกลับเข้ามาอีก และผลที่แทงหลังทะลุกลางหัวใจ สส.
สอดคล้องกับกระแสของกองทัพนำโด่งแบบม้วนเดียวจบ งานหินจึงตกอยู่รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ “นายกอิ๊งค์” ต้องถูกชี้ชะตา 29 ส.ค. 68 ปมคลิปคุยกับลุง ในคดีไม่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
พลิกคว่ำพลิกหง่ายขึ้นอยู่ที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย บนการปล่อยกระแสออกมากดดันกระบวนการยุติธรรมเป็นระยะ
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญแง้มประตูให้จำเลยไปให้การก่อนถูกวินิจฉัย โดยนายกฯตั้งใจไปด้วยตัวเอง จับดูจากทิศทางการเมืองเป็นบวกสำหรับ “อิ๊งค์” ดับกระแสทิ้งเก้าอี้นายกฯก่อนศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพื่อเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญจำหน่ายคดีทิ้ง เมื่อไม่มีสถานะเป็นรัฐมนตรี ในอนาคตยังเล่นการเมืองต่อ
รักษาราชการแทนนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็มั่นใจผ่านด่านนี้ไปได้ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคนและฝ่ายความมั่นคงเป็นพยานปากเอกให้เห็นถึงเจตนาของนายกฯเปิดเจรจานอกรอบกับตัวพ่อของกัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตยไทย
เพื่อไทยมั่นใจเต็มร้อย แต่ผลโพลที่หมดหวังกับรัฐบาลและฝ่ายค้านออกมาในจังหวะนี้ เท่ากับกดดัน“นายกอิ๊งค์” ให้ลาออก เพื่อล้างไพ่เปลี่ยนนายกฯ ตั้งครม.ใหม่ และส่งสัญญาIเตือนนักการเมืองในรัฐสภา ทั้งสส.-สว.ควรยกระดับคุณภาพครั้งใหญ่
“ปัญหาวิกฤติชาติด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความมั่นคง เกิดจากความเหลวแหลกของนักการเมือง” เป็นอีกหนึ่งเสียงข้องประชาชนที่สอดรับกับผลโพล
มันตอกย้ำบทบาทของนักการเมืองตั้งแต่หลังเลือกตั้ง สังคมไม่มั่นใจแก้วิกฤติของประเทศได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุชายไทย-กัมพูชา ภาพลักษณ์ดำดิ่งอย่างหนัก
พฤติกรรมที่สังคมเห็นจนชินชา เล่นเกมการเมือง ชิงเก้าอี้ดนตรีแห่งอำนาจ เอาชนะคะคานโดยไม่เห็นหัวประชาชน
โดยเฉพาะสว.-สส.น้ำเงิน-สส.แดงและรัฐบาล สว.ส่วนใหญ่ถูกตั้งข้อสังเกตทำงานตามใบสั่ง ตั้งกรรมการองค์กรอิสระ สร้างฐานอำนาจกินรวบประเทศไทย มีพรรคการเมืองใหญ่หนุนหลัง พรรคคู่แข่งใช้กลรัฐเล่นงานกลับ
ในยามวิกฤติศรัทธานักการเมืองต่ำเตี้ยเรี่ยดิน กระแสความนิยมกองทัพพุ่ง ประเทศไทยเผชิญศึกนอกศึกใน และสถานการณ์ในประเทศไทยมีมิติมั่นคงอีกด้าน ต้องการผู้กุมสภาพอำนาจรัฐ โดยมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ สามเสาหลักของประเทศร้องเพลงคีย์เดียวกัน
แต่พฤติกรรมนักการเมืองเป็นตัวเร่งเหตุการณ์ให้สุกงอม โดยเปิดช่องให้กวาดล้างนักการเมืองอีกครั้ง เข้าทางกระบวนการสถาปนา “รัฐบาลแห่งชาติ”
#มะม่วงแปดริ้ว
z-z1603487247937.jpg)