닫기

ปกหน้าเว็บใหม่copy

ปกในข่าวเว็บใหม่copy

เวลา สายน้ำไม่อาจไหลกลับ มีดสั้นยากจะระวัง

 

ย้อนเวลาไปเมื่อปี 2557 รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกกลุ่มมวลชน ที่เรียกย่อๆว่า กปปส. นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ และบรรดาพันธมิตร สส.ประชาธิปัตย์เวลานั้น บวกกับนักเคลื่อนไหว สายอนุรักษ์ ขึ้นเวทีปลุกระดม โค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยึดอำนาจรัฐ ได้สำเร็จ วันนั้นเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า การเริ่มชุมนุม ของ กปปส. ที่ปักหลักอยู่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนใกล้กับพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนไม่มาก จู่ๆอีกไม่กี่วันได้มวลชนมาสมทบ มากมาย อ้างข้อหาว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กำลังจะดำเนินการนิรโทษกรรมแบบสุดซอย มีเป้าหมายที่จะต่อต้านระบบทักษิณ ไม่ยอมให้ทักษิณ กลับบ้าน อ้างว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ กับ ทักษิณ ชินวัตรและมีเหตุผลอื่่นเช่นการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว การโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม

 

ว่ากันว่า เหตุใหญ่ใจความ การออกพ.ร.บ. นิรโทษกรรม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็พยายามปิดช่องว่างเอาไว้อย่างมิดชิด ถึงขนาดลือกันว่า ให้อดีตนายกฯไปคุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเวลานั้น ว่าควรจะวางขอบเขตนิรโทษกรรมกันแค่ไหน ได้รับคำตอบว่า สุดซอยไปเลย รัฐบาลก็เลยจัดเต็ม กลายเป็นตกหลุมพราง อ้างเป็นเหตุให้ปฎิวัติ

 

ลุงกำนันอ้างสิทธิอันชอบธรรมพาคนจากสถานีรถไฟสามเสนมาชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนินท้องสนามหลวงและทำเนียบรัฐบาล จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพันจากพันเป็นหมื่นจากหมื่นเป็นแสน ถึงกับระบุกันว่ามีคนออกมาชุมนุมเป็นล้านด้วยซ้ำ วัดจากภาระกิจในการเดินสายไปรับเงินบริจาคที่ต่างๆถึงขนาดต้องเอาถุงดำที่ใส่ขยะ ยัดเต็มถุงวันละหลายสิบถุงจะบอกว่าเป็นร้อยถุงก็ดูจะเวอร์ไป แต่ก็อาจจะจริงตอนพีกๆทีไปเดินย่านสีลม

 

ในเวลาช่วงพริบตาเดียว ไม่ว่ารัฐบาลจะแก้เกมอย่างไรก็ตาม ก็ต้านไมอยู่ จัดการเลือกต้ังก็ไม่ได้ จนเกิดศัพท์การเมือง อาระขัดชืน จากเหตุการณ์ ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้ง หลังจากที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภาและให้เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการโยกย้าย ข้าราชการไม่เป็นธรรม (ถวิล เปลี่ยนศรีจาก เลขาธิการสมช.) เข้ากันว่า ไปเทใจให้กับฝ่ายกปปส.ในเวลานั้น อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องถูกถอดจากตำแหน่ง พร้อม ครม.จำนวน 9 คนอีกกระทอก คนที่ร้องศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังธรรมวันนี้

 

เมื่อเลือกตั้งไม่ได้ ก็ตั้งรัฐบาลไมได้ ครม.ชุดเก่าก็ต้องรักษาการ เหลือ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ต้องรักษาการนายกฯไปด้วย

 

กปปส. ก็ไม่ยอมแพ้ขึ้เวทีไล่รัฐบาลต่อไปอย่่างดุเดือด ฝ่ายบริหารเกิดสุญญากาศ เพราะไม่มีนายกฯ ไม่มีสส.ไม่มีรมต. ว้าวุ่นเลยทีนี้ จำได้ว่า มีกปปส.บางกลุ่ม ไปเกาะรั้ว สลก.ทบ.ที่ทำงานของ ผบ.ทบ.ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปกองทัพภาคที่ 1 ขอให้กองทัพเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อย ชาวบ้านบอกว่า ไปกวักมือให้ทหารปฎิวัติ จนกระทั่งวันที่ 20 พ.ค. 2557 ประกาศกฎอัยการศึก กองทัพประกาศกฎอัยการศึก ก็ยังเถียงกันมาจนถึงวันนี้ว่า กองทัพจะประกาศเองแต่ฝ่ายเดียวได้หรือไม่

 

พอวันที่ 21 พ.ค. เชิญกปปส. นปช. ผู้แทนรัฐบาล ผู้แทนพรรคการเมืองเข้าหารือ โดยเฉพาะคู่กรณี เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ รวมทั้ง กกต.เข้าหารือที่สโมสรกองทัพบกสี่เสาเทเวศร์ กองทัพ ให้เหตุผลว่า ให้รีบยุติความขัดแย้ง เพราะการข่าวพบว่า มีการสะสมอาวุธในที่ชุมนุมเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง อ้างการข่าวว่านักการเมืองท่านหนึ่ง ที่เคยเป็นถึง รมต. ให้ขนอาวุธมากับรถขนอาหารเอามาพักไว้ในวัด เตรียมตอบโต้ โกโซบิ๊ก

 

พล.อ. ประยุทธ์ ก็เลยถาม ชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยตอนนี้ ตอนนั้นเป็นรมว.ยุติธรรมว่าจะลาออกไหมจะได้จบเรื่อง แต่ชัยเกษมในฐานะหัวคณะเจรจาของเพื่อไทยไม่ยอมลาออก ก็เลยถูกกักตัวเอาไว้ทั้งหมด เข้าใจว่า ตอนนั้น อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์คงรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีทหารมาล้อมสโมสรทหารบกเอาไว้แน่นหนาเตรียมพร้อมก็เลยไม่ไปพบผบ.ทบ.ตามคำสั่ง ปรากฏว่าที่ระแวงก็เป็นจริงพอเช้าวันที่ 22 พ.ค. คณะคสช.นำโดยพล.อ. ประยุทธ์ ก็ประกาศยึดอำนาจมีมวลชน นักการเมือง ถูกเชิญไปปรับทัศนคติเป็นพันราย ถูกขังบคุกขี้ไก่อยู่หลายวัน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ต้องหนีไปต่างประเทศ นายตำรวจคนสนิทถุูกกล่าวหาว่า พาอดีตนายกฯหลบหนี ซึ่งวันนี้ก็กลับมาเป็นนายตำรวจฝ่ายอารักขาความปลอดภัยให้อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสินและนายกฯแพทองธาร ชินวัตร

 

เล่ากันว่า ก่อนที่กองทัพจะตัดสินใจยึดอำนาจ ได้เชิญคู่กรณี คือ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ กับ ลุงกำนันมาหารือ ในกองบัญชาการทหารสูงสุดในฐานะลูกช้างเหมือนกัน

 

รอบแรก ก็ไม่ยอมกันต้องพานั่งรถตู้ไปส่งบ้านใครบ้านมันเพราะกลัวว่าจะเปิดวิวาทะกันในค่ายทหาร รอบที่สอง ให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เข้ามาคนเดียว ส่วนกำนันสุเทพ ให้วิดีโอคอล เอา คุยกันไม่รู้เรื่องอีก ก็เลยจนปัญญา

 

ตอนนั้นต่างฝ่ายต่างก็รู้กันแล้วว่า ต้องปิดเกมด้วยการยึดอำนาจแน่ๆอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เองก็ไม่คิดว่าจะมาจบลงแบบนี้และคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังพูดคุยกันได้ เพราะเป็นคนตั้งให้เป็นผบ.ทบ.และตอนนั้น อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ควบรมว.กลาโหมเอาไว้ด้วยดูเหมือนจะรักใคร่กันดีด้วยซ้ำ

 

อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ถือว่า เป็นคนในตระกูลชินวัตร ที่ถูกกระทำเจอกับวิบากกรรมการเมืองที่ ย้ำแย่ที่สุดและที่คิดว่า ลุงป้อมพอจะช่วยได้บ้างก็ทำอะไรไม่ได้ นั่งมองตาปริบๆ

 

มีคนเล่าให้ฟังอีกว่า วันนั้น ลุงป้อม มีโอกาสได้เป็นนายกฯ เพราะลุงตู่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นต้องยกให้พี่ใหญ่เป็นอยู่แล้ว แต่คนที่ขัดไม่ให้เป็น ก็คือ ลุงกำนันคนนี้นี่เอง ทำให้ มองหน้ากันไม่ติดมาจนถึงตอนนี้

 

จาก ปี 2557 ถึง 2567 คนที่ทำอัตวิบากกรรมเอาไว้ พรรคที่เคยเป็นศัตรูคู่อาฆาต นักการเมืองที่เคยขึ้นเวทีไม่เอาระบอบทักษิณ กลุ่มคนที่เปิดทางให้ทหารมายึดอำนาจ กับคนที่ถูกกระทำ ต้องมาอยู่ด้วยกัน มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มาเป็นครม. ทำงานร่วมกัน เช่น เอกณัฎ พร้อมพันธุ์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ ถึงจะอ้างว่าเป็นเลือดใหม่ แต่คนที่ไล่ ทักษิณ ยิ่งลักษณ ก็ยังอยู่ครบแถมทหารที่รวมคณะ คสช.ก็ยังอยู่

 

ท่ามกลางกลิ่นไอของความขัดแย้ง ระลอกใหม่ รัฐบาลแพทองธาร ถึงจะไม่ใช่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เยื้อใยของความขัดแย้ง อย่างไรก็ตัดไม่ขาด

 

วันพระไม่ได้มีหนเดียวฉันใด อดีตก็กลับมาเป็นปัจจุบันได้ฉันนั้นเพราะอดีตไม่เคยหายไปไหน

 

 

#นักข่าวเก่าเล่าเรื่อง