หมากเกมแก้รัฐธรรมนูญ 'ค่ายแดง' แพ้ 'ค่ายน้ำเงิน'
โหมโรงจนแตกตื่นตกใจ 10 ต.ค. เป็นวันเริ่มต้นและจุดจบของนายใหญ่และเพื่อไทย ตัวตึงพลังประชารัฐ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” แถลงข่าวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. แต่ปรากฏว่าเป็นมุกเก่า "นิติสงคราม" ใช้ไล่ล่าพ่อลูกชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯผู้นำจิตวิญญาณค่ายแดง และ "นายกฯอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
เพราะเป็นกลไกเครื่องมือของฝ่ายอนุรักษ์นิยมพันธุ์แท้ตัวพ่อ ขับเคลื่อนโดยนักร้องรับจ้าง รับจ๊อบ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อเพื่อไทยยังไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ก็จำใจต้องเผชิญเรื่องนี้ต่อไปอย่างเดือดร้อนรำคาญ และหวาดเสียว
ดูเนื้อหาสาระของการโหมโรง "เริ่มต้นสู่จุดจบ" แล้ว ต้องฟังความเห็นของ "วันชัย สอนสิริ" อดีตสว. ที่ออกมาเย้ยหยัน ว่าใครกันแน่ที่จะพบจุดจบล่มสลาย เพื่อไทย หรือ คนปล่อยข่าว แกะดูเนื้อในไร้สาระสิ้นดี จับแพะชนแกะ เอาข่าวที่เขารู้กันหมดแล้วมาตัดแปะ โยงใยให้เข้าตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
คาดคะเน มโน และจินตนาการสารพัดเรื่อง ถือเป็นความล่มสลายทางความคิดและใช้ความแค้นมากกว่าเหตุผล ของขบวนการของคนหน้าเดิม และคนอยู่ข้างหลังก็คนเดิมๆ
สงสัยจะจริงดัง สว.วันชัย ว่า เพราะดูแล้วไม่มีอะไรเป็นข่าวใหญ่โตน่าตกใจ เอาข่าวเก่าเหตุการณ์เดิมมาร้อยเรียงขยี้ขยาย แต่ที่ใหญ่เยอะจนน่ากลัว คือเอกสารประกอบคำร้องมาเป็นลัง 5,080 แผ่น
นักร้องหน้ามึน “ธีรยุทธ สุวรรณเกษร” อดีตทนายความพระพุทธะอิสระ ผู้นี้เคยยื่นยุบพรรคก้าวไกลมาแล้ว ดังนั้นแม้ใครจะมองหน่อมแน้มแค่ไหน แต่ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน
ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “ทักษิณ” ให้เลิกกระทำล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 แม้บอกแค่ว่าขอให้ล้มเลิกการกระทำ แต่เจตนาคงไม่ใช่แค่นั้น ไม่ได้ใจดีขนาดนั้นหรอก แต่หวังเอาให้ถึงยุบพรรคเพื่อไทย ล้างบางเครือข่ายชินวัตร ค่ายแดง นั่นล่ะคือเป้าหมาย
น่าเห็นใจเพื่อไทยที่ยังต้องเจออะไรแบบนี้ไม่จบสิ้นแน่ บางทีก็น่ารำคาญเหมือนกัน อ่านข่าวเจอแต่นักร้อง วิ่งรอกร้องเรียนกันทุกวัน บ้านเมืองไม่ต้องทำงาน เสียบสกัดกันอยู่ได้ สงสารประเทศชาติ อำนาจควรได้มาจากการแสวงหา ไม่ใช่โค่นล้ม
ข่าวที่ฮือฮามากกว่า และยังเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ยังไม่จบ คือการพบกันระหว่าง "นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า" กับ "ครูใหญ่เซระกราว" เนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีภูมิใจไทย
ท่ามกลางภาวะมึนตึงระหองระแหงเงื่อนปมรื้อรัฐธรรมนูญ หลังพรรคเพื่อไทยติดสัญญาณไฟแดง ภูมิใจไทยเบรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องชะลอถอนคันเร่ง ไปต่อไม่ได้ เพราะ“ค่ายน้ำเงิน”คุมเกมสว.เบ็ดเสร็จ
แม้“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ยังเจ็บปวดกับวลี "มันจบแล้วครับนาย" ที่มาพร้อมความรู้สึกโดนหักหลัง เมื่อครั้งภูมิใจไทยขนสส.ตีจากพรรคพลังประชาชนพลิกขั้วย้ายข้างไปหนุนพรรคประชาธิปัตย์ ส่งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ แต่“ทักษิณ”จำต้องเก็บกดเอาไว้ให้มันเป็นแค่วาทกรรมครั้งหนึ่งในอดีต
เพราะวันนี้จำเป็นต้องรอมชอมกับภูมิใจไทย ตอนนี้สว.ถึง 3 ใน 4 เป็นสีน้ำเงิน กฎหมายทุกตัวต้องผ่านการกระบวนการสว. แถมยังมีหน้าที่พิจารณาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
แม้จะคุยกันแล้ว หรือคุยกันบ่อยแต่ไม่ได้การันตีทุกอย่างราบรื่น ความบาดหมาง การไว้เชิงยังมีอยู่ เห็นชัดจากร่องรอยขัดแย้งหลายเรื่อง เรื่องขวางทางแก้รัฐธรรมนูญ บ่อนกาสิโน ที่วางแผนเปิดที่กรุงเทพฯ2แห่ง เชียงใหม่1 ภูเก็ต1 และพัทยา1 “นายใหญจันทร์ส่องหล้า” ตั้งเป้าทำยิ่งใหญ่ ไฮคลาส แต่“ครูใหญ่”อยากได้แบบโลว์คอสต์ คุยกันหลายเรื่อง แต่ไม่ได้เห็นพ้องยอมให้ทุกเรื่อง แต่อยู่บนพื้นฐานที่รัฐบาลต้องไปต่อได้ "นายกฯอิ๊งค์"ทำงานได้
สุดท้ายเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายประชามติที่สว.คว่ำร่างกลับมา และสส.เพิ่งยืนยันกลับไป จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมาคุยกัน 60 วัน ถ้าคุยไม่รู้เรื่องอีก ก็ต้องยืดออกไปอีก 180 วัน ดังนั้นแว่วว่านายใหญ่สั่งถอยคุยกัน 60 วันพอแล้วจบ ยอมตามสว.ประชามติ 2 ชั้นไป ไม่ให้เสียเวลา ไม่งั้นแก้รัฐธรรมนูญไม่ทันรัฐบาลนี้แน่ แต่ถึงจะเอาตามนั้นก็อาจแก้ไม่ทันอยู่ดี เรื่องนี้ "นายใหญ่" ดูปลงๆไปแล้ว
ส่วนภูมิใจไทยหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ให้แก้ เพราะกลไกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ ตัวเองกำลังคืบคลานเข้าไปคุมกระดานอำนาจเหมือนสมัย "3 ป." เรืองอำนาจ ตามโมเดลคุมสภาสูง สว. ดังนั้นเรื่องรัฐธรรมนูญ ผลลัพธ์น่าจะออกมาชัดเจนแล้วว่าเพื่อไทยต้อองพ่ายแพ้ให้ภูมิใจไทย แก้ไขไม่ได้ หรือถ้าแก้ได้ก็ไม่สามารถไปแตะต้องกลไกอำนาจที่ค่ายน้ำเงินคอนโทรลอยู่แม้แต่น้อย สุดท้ายอาจเห็นการยกร่างใหม่เพื่อกำจัดนิติสงครามเพียวๆ ไม่ได้รวมเหมาเข่งขจัดอำนาจองค์กรอิสระเหมือนที่ทำมาตอนนี้
“นายใหญ่บ้านจันทร์” และคเพื่อไทย ต้องอดทนกัดฟัน พลิกโมเมนตัม ด้วยการพลิกเปลี่ยนสว.จากสีน้ำเงินมาเป็นสีแดงบ้าง เพื่อเพิ่มหน้าตักต่อรองประนอมอำนาจ
#ค้างคาวเขียว
z-z1603487247937.jpg)