닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ5

สมช. ส่ง กต.ประสานเมียนมาปมตัดไฟ ปัดไม่ได้โยนแค่ต่างคนต่างมีหน้าที่ กฟภ.อ้างต้องยึดตามสัญญาเป็นหลัก 



วันที่ 3 ก.พ. 2568 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประมวลข้อมูลด้านความมั่นคงเพื่อส่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เกี่ยวกับการตัดไฟฟ้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย กฟภ. และ กองทัพและหน่วยงานด้านการข่าวเข้าร่วม จากนั้นเวลา10.40 น. นายฉัตรชัย แถลงผลการประชุมว่าการประชุมวันนี้เป็นการกลั่นกรองข้อมูลด้านความมั่นคงที่เชื่อถือได้ ให้เกิดความรอบคอบ โดยที่ประชุมมีข้อมูลที่จะส่งให้กระทรวงหมาดไทย 6ข้อตามเงื่อนไขกฎหมาย และ สัญญาคือ อาทิ ข้อมูลความมั่นคงพื้นที่ตั้งจุดต่างๆที่เชื่อได้ว่ามีหลักฐานระดับหนึ่งที่เกี่ยวพันกับอาชญากรข้ามชาติ อาจมีความเชื่อมโยงของบุคลลที่เกี่ยวบริษัทสัมปทาน ที่เป็นกลุ่มแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และบ่อนกาสิโน และพบว่ามีความต้องการขอใช่ไฟเพิ่มขึ้นผิดปกติ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติอีก 3 เรื่อง 1 .สมช. จะประมวลข้อมูลด้านความมั่นคงให้ กฟภ.ประกอบการพิจารณา 2.ให้กฟภ.นำข้อมูลไปเจรจากับบริษัทคู่สัญญาเพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสม รวมถึงมีคณะทำงานร่วมจากฝั่งไทยและเมียนมาเข้าไปดูพื้นที่ร่วมกันว่าจุดไหนมีปัญหา และ 3. ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับรัฐบาลเมียนมา ไปกำชับบริษัทคู่สัญญาที่รัฐบาลเมียนมาอนุมัติให้มาสัมปทาน กับกฟภ. เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาตรวจสอบการใช้ไฟไม่เหมาะสม โดยจะส่งข้อมูลให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานสถาความมั่นคงต่อไป เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
 
เมื่อถามว่าขณะนี้หมดขั้นนตอนของสมช.หรือไม่ ต่อไปจะได้ไม่ต้องโยนกันไปมา  นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่ได้โยนกันไปมา  ต่างคนต่างมีหน้าที่ ซึ่งข้อกฎหมายและกระบวนการเป็นเรื่องสำคัญ ที่เคยถามว่าใครมีอำนาจในการตัดไฟ ก็คือต้องดูข้อกฎหาย  ส่วนกฟภ. จะตัดไฟหรือไม่ก็ต้องรอผลจากมติที่ประชุมในวันนี้ ว่าไปเจรจาแล้วได้ผลอย่างไร เมื่อถามว่าข้อมูลที่ประชุมในวันนี้เพียงพอที่จะตัดไฟได้หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ในกระบวนการต้องไปถามคู่สัญญาด้วย มีคณะกรรมที่ตั้งไปตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน 

เมื่อถามอีกว่าจะใช้ระยะเวลาในการตัดไฟเท่าไหร่ นายประสิทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  กล่าวว่า หากผิดกฎหมายก็สามารถตัดได้ แต่ต้องรอบคอบ เมื่อถามว่าการตรวจสอบเห็นได้ชัดหรือไม่ว่า มีการนำไฟฟ้าไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องตามสัญญา นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ลงไปพื้นที่ แต่อยู่ระหว่างเตรียมลงไปตรวจสอบพื้นที่จริง เมื่อถามต่อว่ามีโอกาสที่จะการกระทบกับความมั่นคง และจะมีการเสนอต่อครม.ให้มีมติงดการจ่ายไฟก่อนหรือไม่ นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ต้องดูจากหลักฐานทั้งหมดแล้วมารวบรวม เมื่อถามต่ออีกว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะจบที่ กฟภ. ที่จะตัดสินใจใช่หรือไม่ นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเป็นการงดจ่ายไฟระดับประเทศ ยังไงก็ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. เมื่อถามว่าอำนาจการตัดไฟ อยู่ที่กฟภ.หรือ ต้องนำเข้าที่ประชุมครม. นายชำนาญวิทย์ กล่าวว่า ต้องดูมติครม. เพราะ ตอนที่อนุญาตให้ขายไฟ มีมติครม. เพราะฉะนั้นการที่จะงดขาย ต้องไปดูว่าตอนอนุญาตมีเงื่อนไขอย่างไร มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคง ทำให้ต้องพ่วงกับสมช. ดังนั้นเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ จะต้องถามทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศ และสมช. เพื่อนำมาประกอบว่าผิดตามเงื่อนไขหรือไม่ หากพบก็สามารถบังคับตามเงื่อนไขได้ทันที ดังนั้นการจะตัดไฟได้ ต้องยึดตามสัญญา