닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6467

“ชลน่าน” มองน้ำท่วมหาดใหญ่หนักสุด ไม่อยากโทษใคร เหตุยุคนี้กับยุคก่อนต่างกัน แนะรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย ชี้ควรถอดบทเรียนเป็นแผนระดับชาติเหตุระบบสาธารณสุขรับผลกระทบหนัก

วันที่ 25 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่านพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน้ำท่วมใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า จากเหตุ การที่ปรากฏเป็นอุทกภัยที่หลายฝ่ายอาจจะคิดไม่ถึงเลยทำให้ประชาชนเดือดร้อนในขณะนี้เรื่องของการรับมือการแก้ปัญหาต้องยอมรับว่าในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งและมีประสบการณ์การช่วยเหลือดูแลน้ำท่วมที่ภาคเหนือโดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ต้องยอมรับว่าไม่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงซึ่งอาจจะเป็นเพราะการคาดการณ์สถานการณ์หรือประมาณน้ำที่มีมากมหาศาล ระบบการเตรียมพร้อมการแจ้งเตือนการเตือนภัยเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ อาจจะไม่มีความพร้อม ดูจากภาพของบรรดาอาสาสมัครต่างๆ ที่เข้าไปแม้แต่ตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอด 

ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าประชาชนเขาได้รับผลกระทบ จะไปโทษใครก็ไม่ได้แล้วก็ไม่อยากจะโทษ แต่ว่าสิ่งที่ต้องโทษก็คือในเชิงระบบทั้งหมด เราเองรู้อยู่แล้วว่าปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นไล่เลียงมาจากภาคเหนือ ภาคกลางแล้วลงไปภาคใต้ มันต้องเกิดและโลกภายในในยุคนี้ มันไม่เหมือนกับยุคก่อนๆ ภาพของปริมาณฝน ที่มันตกเป็นลักษณะระเบิดฝน (Rain Bomb) เฉพาะที่เฉพาะจุดสูงมาก มันไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ในยุคก่อนมันไม่ค่อยมีอย่างนี้ มันตกมันกระจายแล้วตกทั่วไปนะครับ

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวอีกว่า เหมือนกับภาคเหนือในเขตพื้นที่ตน ผลกระทบต่างกันมาก ลักษณะฝนตกเป็นจุดที่หาดใหญ่ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของการเตรียมความพร้อมและการแก้ไขสถานการณ์ ขณะที่มีเหตุการณ์ ผู้บัญชาเหตุการณ์ ทีมงานต่างๆ เครือข่ายทั้งหมดต้องมีความพร้อม และการช่วยเหลือ การระดมขอความช่วยเหลือได้มากน้อยขนาดไหน ฉะนั้นข้อเสนอหรือข้อแนะนำจากทุกฝ่ายรัฐบาลควรรับ อย่างเช่น ข้อเสนอของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เสนอไปเสนอไป 4 ประเด็น ให้รัฐบาลช่วยประชาชน แล้วก็ดูแลหลังจากวิกฤติครั้งนี้ให้มีข้อเสนอที่ชัดเจนก็ควรจะรับไป อย่าคิดว่าเป็นฝ่ายค้าน เอาประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้งก่อน

เมื่อถามว่ากรณีเรื่องของระบบสาธารณสุขโรงพยาบาล ก็น่าเป็นห่วงในการการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง หลังจากนี้เราจะต้องมีการถอดบทเรียนแล้วเตรียมแผนในอนาคตอย่างไร เพราะดูเหมือนการรับมือในครั้งนี้ ไม่มีแผนอะไรที่ชัดเจนนั้น นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า หากโรงพยาบาลไม่มีการเตรียมพร้อม สิ่งที่จะกระทบที่สุดคือ การดูแลคนเจ็บป่วย การเคลื่อนย้าย การวางศูนย์อพยพดูแล โรงพยาบาลสนาม ถ้าไม่มีแผนพร้อมจะเหนื่อยมากและอันตราย อาจจะก่อวิกฤตได้โดยเฉพาะเรื่องดูแลผู้ป่วย เรื่องน้ำ-ไฟต้องพร้อม ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เราได้มีการเตรียมความพร้อมวางโครงข่ายรับมือ กรณีที่มีตัดน้ำ-ตัดไฟ โรงพยาบาลจะต้องมีการเตรียมความพร้อมมีเครื่องปั่นไฟ มีระบบน้ำดูแลผู้ป่วยเป็นของตนเอง เครื่องมือหลายเครื่องอาจจะไม่ได้เก็บกู้ได้ทัน ดังนั้นจะต้องมีแผนชัดเจน ถอดบทเรียนให้เกิดประโยชน์ที่สุด วางแผนดูแลป้องกันขณะเกิดภัยและหลังเกิดภัยด้วย อาจจะต้องเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติในการป้องกันภัยพิบัติ