รทสช. บนตรรกะย้อนแย้ง-ผกผัน อยู่ต่อสบายใจ-ไล่ออกแล้วกลุ้ม
โพสต์เมื่อ : 17 มี.ค 2568 เวลา 12:21 น.
รทสช. บนตรรกะย้อนแย้ง-ผกผัน อยู่ต่อสบายใจ-ไล่ออกแล้วกลุ้ม
วัยรุ่นฟันน้ำนม หัวนมเพิ่งจะแตกพาน สส.รุ่นใหม่ค่ายส้ม ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ทั้งจี้ ทั้งเสี้ยม ดักหน้า ดักหลัง มายืนเก้ๆ กังๆ รกหูรกตาพี่ใหญ่ “ค่ายแดง” รอเค้นถามความชัดเจนประเด็นแก้รัฐธรรมนูญจากพี่ใหญ่ค่ายแดง “เพื่อไทย”เรื่องของการใคร่ครวญเนื้อหา ยกร่างเสนอแก้ไขรัฐธรรมนญ ไม่ว่าจะดีร้ายน่าหงุดหงิดยังไง ก็จำเป็นต้องให้เครดิตพรรคเพื่อไทยที่ยกร่างบนหลักการแห่งความเป็นจริงและเป็นไปได้ บาลานซ์ทุกฝ่ายเพื่อให้มันสามารถขับเคลื่อนไปได้ แต่จะสุดทางหรือไม่เป็นอีกเรื่อง
ลองถ้ายึดหลักการยกร่างแนวทางของค่ายส้ม พรรคประชาชน รับประกันฟันธง แท้งก่อนคลอด หรือไม่ก็หกเรี่ยราด ทำให้ตายก็ไม่ได้เกิด เพราะเล่นชงขมปี๋สุดโต่ง ไม่เปิดช่องทางเดินให้ใคร ไม่มีพื้นที่ให้เหล่าผู้อาวุโส สภาฟันปลอม จ้องจะไล่ถอนหงอกเอาหล่อท่าเดียว แล้วแบบนี้ใครจะเล่นด้วยกับเด็กก้าวร้าว เอาแต่ใจ อันธพาลฟันน้ำนม
ยังไงก็ต้องขอบใจวัยรุ่น พรรคประชาชนที่นำโดย “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ที่เดินสายลุยคุยแหลกแหกด่านศาลรัฐธรรมนูญ จนแผ้วทางประชามติชัดเจนว่าทำได้เอาแค่ 2 ครั้งพอ
เคลียร์ทางให้พรรคเพื่อไทย ด้วยการเสนอร่างแบบรอมชอม ประนีประนอมซ้ายขวาฟันปลอม ฟันน้ำนม พอจะเดินไปด้วยกันไปได้ทีละก้าว กินข้าวทีละคำ เพียงแต่ไม่รู้จะเปิดฉากยำตะลุมบอนกันตอนไหน ถึงคิวแก้รัฐธรรมนูญทีไรมันไปไม่ถึงไหนทุกที เรื่องของเรื่องเพราะมันพวกที่ไม่ต้องการให้แก้แต่ไม่กล้าพูดมาก เพราะจะโดนชี้หน้าด่าขี้ข้าเผด็จการ สืบทอดมรดกยึดอำนาจรัฐธรรมนูญฉบับคสช.พ่อทุกสถาบัน เพราะเห็นช่องทางสืบทอดผลประโยชน์ คอนโทรลอำนาจตามกติกาเผด็จการ บนหลักการประชาธิปไตย เนียนๆกันไปกระดากอาย เป็นนักการเมืองปรเภทนี้หน้าต้องหนา ตี 2 หน้ายังน้อยไป ตี 10 หน้าทศกัณฐ์ก็ยังไหว เชื่อไม่เชื่อ
ไม่ต้องนั่งทางใน หรือไปร่ำเรียนวิชาโหราศาสตร์ แค่ศึกษากติการัฐธรรมนูญกับพฤติกรรมคนที่เกี่ยวข้องมีอำนาจแก้ไข ก็พอจะมองออกลางๆว่ารอบนี้ส่อเทกระจาดตามเดิม โดยเฉพาะทีมงานสภาสูง สว.ฟันปลอมสีน้ำเงิน จุดยืนธงหลักปักไว้ชัดเจน ไม่แก้ ไม่เฉียด ไม่่แตะ หาเรื่องมาตั้งแง่ ขวางทาง และชักแม่น้ำทั้ง 5 มาเป็นเหตุผลประกอบ ต้องยอมแพ้ยอมใจใจการเขียนเรียงความโน้มน้าวใจจับแพะชนแกะ แต่หลายครั้งที่ฟังแล้วหดหู่ใจ ตรรกะความคิดดักดาน เหมือนกบในกะลาครอบ ไม่เปิดรับสิ่งใหม่ ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ดังนั้นต่อให้โลกจะหมุนไวแค่ไหน ประเทศไทยก็ต้องขับเคลื่อนต่อไปด้วยความเชื่องช้า เหมิือนขับรถจากเชียงใหม่ไปยะลา จะใช้เบนซ์ ฮอนด้า หรือยามาฮ่า แต่เหมือนถูกจำกัดให้ลากเกียร์ 1 ตลอดทาง กว่าจะถึงเมื่อไหร่ก็คิดดูเอา หรือไม่ก็เครื่องพังก่อน อีกอย่างคนขับท้อเลิกกลางทาง อเน็จอนาถประเทศไทย เมื่อไหร่จะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์
คนถึงได้ชอบหลักคิดวิธีการ ความมีหัวก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ค่ายส้ม ซึ่งมันต้องมาพร้อมความร้อนแรง ก้าวร้าวสุดโต่ง จนหลายครั้งผู้อาวุโสเจนเก่าๆ ต้องสบถในใจไอ้พวกเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน กลายเป็นปัญหาสังคมที่ไม่กลมกล่อม โอยคิดแล้วปวดหัวมีแต่ปัญหาผุดออกมาในทุกเส้นทาง
ดังนั้นฉบับขับเคลื่อนของแท้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยึดของยานแม่เพื่อไทย แกนนำรัฐบาลที่ต้องปวดกะโหลก คิดประเด็นเนื้อหา พร้อมทั้งหลักการบาลานซ์รอมชอมระหว่างวัย ตั้งแต่หัวหงอก ยันหัวเกรียน
ล่าสุดเพื่อไทยยื่นร่างแก้ไขมาตรา256 ประกบกับของพรรคประชาชน บนหลักการเดียวกัน เปิดทางให้มีส.ส.ร.จากการเลือกตั้งทั้งหมด100% แต่ข้อแตกต่างจากค่ายส้มเหมือนเดิม คือไม่แตะหมวด1 หมวด2
ส่วนประเด็นแหลมคมจนตำมือที่วัยรุ่นฟันน้ำนมชงของแข็งมากระแทกฟันปลอม คือเสนอยกเลิกเกณฑ์ใช้เสียง1ใน3ของสว. และ20%ของสส.ฝ่ายค้าน ในการแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ปรากฏว่าฉบับเพื่อไทยไม่มี เพราะมันเป็นการเสนอให้สว.ตัดอำนาจตัวเอง ส่วนใหญ่คงไม่เอา นอกจากสว.ที่มีหัวใจประชาธิปไตยพาวเวอร์ฟูลถึงจะยอมเอาด้วย
แต่เพื่อไทยไม่ท้ารบใคร ร้อนแรงตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งโต๊ะ เทน้ำแกงเหมือนวัยรุ่นฟันน้ำนม จ้องจะงัดหน้าถอนฟันปลอมเลี่ยมทองออกมาดูเล่น เพราะแบบนั้นมันเสี่ยงแท้งก่อนคลอด กลายเป็นเกมล้มโต๊ะ ไม่ต้องทำมาหารับประทานอะไรกันเลย
ทำให้พรรคเพื่อไทยทรงดูดีมีหลักการวุฒิภาวะตลอดเวย์ เริ่มต้นเป็นลำไม้ไผ่สวยงามทุกรอบ แต่พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องข้าวหลาม ก็เเลยพี้กันจนออกทรงเป๋อยู่เรื่อย และหลายครั้งที่โดนด่าจี้ประเด็นไปที่ความอุ้ยอ้ายล่าช้า เพราะมัวแต่ประนีประนอม คุยเยอะล่าช้าจนเซ็ง เข้าตำราเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังจบหักมุมหมาคาบไปแดก
และหลายครั้งที่ต้องโทษตัวเองไม่นิ่ง โลเลเปลี่ยนแผนกลางทางบ้าง จนหลายครั้งเสียทรงต้องล้มเลิก หรืออีกอย่างคือประสบอุบัติเหตุโดยพรรคร่วม อำนาจมืด มือที่มองไม่เห็น เกิดเกมการเมืองระหว่างทาง ไม่รู้ว่ามือที่ 3 ขาที่ 4 จนชาชิน สุดท้ายสรุปได้คำเดียวว่า เสียเวลาประเทศชาติ
สิ่งที่แทบทุกพรรคการเมืองบกพร่อง ขาดหาย คือความจริงใจ สำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน ถ้ามีสิ่งนี้กันมากขึ้นคงไม่ทำอะไรทิ้งขว้าง ขาดสติ เอาแต่เน้นเล่นเกม นี่ประเทศนะไม่ใช่เพลย์สเตชั่น
บางครั้งรู้ทั้งรู้ข้างหน้าเป็นทางตัน ก็ยังกอดคอเดินกันไปแบบโง่ๆ เพราะวางเหลี่ยมอีโก้ชั้นเชิงเกมการเมือง เดินเข้าซอยตันเสียเวลาก็ยอมเพื่อหวังผลบางอย่าง โดยไม่แยแส แคร์ความรู้สึกประชาชน คนเขาไม่ได้โง่แล้วนะครับยุคนี้ พ.ศ.นี้มีพฤติกรรมแบบนี้บ่อยๆ ไม่มีใครเขาเลือกมาทำยา ถ้าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเลือกตั้งต่อเนื่องสัก 50 ปี ประเทศนี้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คนจะถูกตัดกรองจนเกิดมาตรฐานในสำนึกและยกระดับจิตใจกันไปอีกขั้น
ถึงเวลานี้ท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อผลสัมฤทธิ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สลักสำคัญไปกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่จะชี้เป็นชี้ตายความอยู่รอดของตัวเองมากกว่า
แก้รัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แล้ว เพราะไพ่สเปโตไปตกอยู่ในมือ“ค่ายน้ำเงิน”ภูมิใจไทย สุ่มสี่สุ่มห้าเมื่อไหร่ เจอเขกกะโหลกแก้แค่ ด้วยสไตล์“นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า”ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้นำจิตวิญญาณค่ายแดงเพื่อไทย ถ้าเลือกได้จะไม่เล่นเกมที่เสียเปรียบ ยิ่งเพื่อไทยกระเหี้ยนกระหือรือแก้รัฐธรรมนูญมากเท่าไหร่ ค่ายน้ำเงินยิ่งได้ใจเหมือนเด็กอมมือ เล่นใหญ่ปีนเกลียว ตามจังหวะที่เคยขบเหลี่ยมปีนเกลียว“แดง-น้ำเงิน” ล่อกันเละเทะหัวปูดก่อนหน้านี้
“นายใหญ่บ้านจันทร์”เลยสั่งเลิกคลุกวงใน เพราะโดนไปชุดใหญ่ตาเกือบปิด ถอยฉากมาดักเตะวงนอก สอยคืนไปหลายดอกเน้นๆ ขยี้วลี“อีแอบ”จนสาแก่ใจ กลายเป็นวาทะแห่งปี
แต่ถึงยังไง“ค่ายเซราะกราว”ก็ยังเป็นเป้าใหญ่เบอร์1 ที่เพื่อไทยต้องเตะไม่เลี้ยง เตะตายได้ยิ่งดี เรียกว่าต้องเตะกันจนรองเท้าแห้ง ล่าสุดกลายเป็นกระท้อนไปซะงั้น โดนเตะรัวๆจนกระทบก้านสมอง อาการแปลกจนอยากจะแนะนำให้ไปหาหมอ เพราะพูดจาหวานจ๋อยพลิ้วไหว “เสี่ยหนู”อนทุิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถามอะไรไปก็ตอบกลับมาด้วยมธุรสวาจาน่าฟัง
ไม่ดื้อจ้า น่ารักจ้า ฟังแล้วจั๊กจี้หู “เสี่ยหนู”หวานเลี่ยนวันละหลายรอบ จนต้องยกมือห้าม พอแล้ว
“นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เห็นแล้วยังทนไม่ไหว หลุดขำก๊ากกลางวงแถลงข่าว
จับอาการค่ายน้ำเงิน“เซราะกราว”ช่วงนี้เลิกพยศแล้ว “นายใหญ่บ้านจันทร์”จัดให้ชุดใหญ่ เพลงแข้งวัยทอง
ปรากฏว่าทำไปทำมากลายเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติที่ร้าวหนักจากสนิมเนื้อในตัวเอง “แกนนำ-นายทุน”แตกหัก แค้นอาฆาต
ล่อกันหนัก เล่นกันแรงถึงขั้นละเลงข่าวปรับครม. ย่อยแยกแบ่งส่วนพรรค หรือกระทั่งปรับออกจากรัฐบาลไปเลย
ฟังแล้วน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เหรอ ฉวยจัวหวะชุลมุน ส.ท.ร.เข้าไปแทรกแซงทุบทำลาย ปฏิบัติการถอนหอกออกไปอีกเล่ม ล้างไม่ให้เหลือคราบไคล2ลุงใจดี
จะไล่ออกสัก10คน หรือไล่ออกยกพรรค เสียงสส.ก็ยังเหลือเฟือ เสถียรภาพยังแน่นหนา แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็น ทำแล้วอาจสะใจ กำหมดชูมือชนะแล้วโว้ย แต่ก็แค่ชนะชั่วคราว สิ่งที่ตามมาอาจแพ้จนต้องไปมุดรูหนีเหมือนอดีต
บทเรียนมีแล้ว สอนให้รู้ว่า รวมไทยสร้างชาติคืิอพรรคอำมาตย์มีเส้น เป็นตัวแทนอนุรักษ์นิยมพันธุ์แท้ สุดโต่ง รอยัลลิสต์ มีเครือข่ายมวลชนเดินเกมทำม็อบอยู่นอกสภา แถมแต่ละคนจิตใจฝักใฝ่อาฆาตทักษิณอยากจะกินหัวไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้า“นายใหญ่”บุ่มบ่ามหักด้ามพร้าด้วยหัวหน่าว เท่ากับไปปลุกผีตัวเก่า ถึงไม่กลัวแต่หลอน อาจเกิดอาการชักกระตุกนอนสะดุ้ง เพื่อนเก่ามาเผาเรือน แถมยังต้องเปิดศึกเช้าชาม เย็นชามกับข้าราชการ ฟาดฟันกับอำมาตย์ ขันทีชนชั้นอีลิท แค่คิดก็ปวดหัว ปัญหาที่ต้องแก้ตรงหน้าก็ยุ่งยากมากพอแล้ว
เลี้ยงรวมไทยสร้างชาติเป็นลูกไก่อยู่ในกำมือแบบนี้ไม่มีพิษภัย แถมยังข่มเหงได้ด้วย ถ้าไล่ออกไปจะกลายร่างเป็นหมาป่า ในคืนเดือนหงาย เป็นมหันตภัยร้ายบั้นปลายชีวิตนายใหญ่
ดังนั้นเมื่อตอนนี้เพื่อไทยสามารถกำกับ คุมเชิงได้ แล้วจะไปเปลี่ยนแปลงมันทำไม “นายใหญ่”ไม่ปล่อยให้ค่ายเหลืองมาเฉิดฉาย แย่งซีน“นายกฯอิ๊งค์”แน่ นโยบายทำแต้มจากพลังงาน นายใหญ่ก็สแกนปาดหน้าตีกินรวบแต้มสบายแฮ บาลานซ์ได้ทั้ง2ฝ่าย“นายทุน-ขุนศึก” ไม่มีอะไรน่าหนักใจ ไล่ออกไปต่างหากจะกลายเป็นเรื่องหนักอก
ถ้าหาก “คุณชายพี” ไม่โอเวอร์รีแอค หรือแอคอาร์ทจนพาลให้เสียงานใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นไปปั่นป่วนกวนตีนสมเด็จฮุนเซ็น จนไม่ได้ขุดเจาะขุมทรัพย์ใต้บาดาล นายใหญ่ก็คงไม่ไปทำอะไร สบายใจให้อยู่ต่อไปแบบนี้ บางทีนักข่าาวก็ไม่เหงาเจอมวยถูกคู่ รมต.ถูกใจนะเอ้า!!!
#ค้างคาวเขียว
z-z1603487247937.jpg)