닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนัี

"เพื่อไทย" เผชิญศึกในศึกนอก แรงต้านรอบทิศ



ลีลาพญามังกรพลิกแผ่นดินทางการเมือง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกตัวแต่ละครั้งสะเทือนกระดานการเมือง แต่มีช่องให้เห็นจุดอ่อนพญามังกรเช่นกัน

อย่างคราวทะลุกลางปล้องบนสมรภูมิเลือกนายกอบจ.อุดรธานี ปลุกใจแฟนคลับเสื้อแดงตั้งแต่ไก่โห่ เลือกตั้งครั้งหน้าขอจองเก้าอี้สส.ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่งขึ้นไป เล่นเอาลูกพรรคเพื่อไทยฮึกเหิม มีพลังทำงานการเมืองต่อ

และสยบคลื่นใต้น้ำภายในเพื่อไทย เบรกสส.หลายกลุ่มที่อึดอัดใจต่อสภาพการบริหารอำนาจภายในบ้าน ให้อยู่ใต้ชายคาจันทร์ส่องหล้าต่อไป

แม้แต่ฉากที่ “หัวเขียง” ประยุทธ์ ศิริพานิช สส.เพื่อไทย  จุดพลุจัดระเบียบกองทัพ ยึดอำนาจท็อป

บู๊ตสภากลาโหม อยู่ใต้อำนาจตึกไทยคู่ฟ้า ฮุบกุญแจขับรถถังอยู่ภายใต้กฎหมาย เปิดประตูแต่งตั้งระดับ

นายพล ปิดประตูรัฐประหาร

พรรคร่วมรัฐบาลเรียงหน้ากระดานค้านสุดตัว ออกตัวแรงสุด “หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เก๊กหน้าหล่อเชือดนิ่ม ๆ กติกาเดิมดีอยู่แล้ว ซัดเปรี้ยงปฏิวัติยึดอำนาจอยู่ที่นักการเมืองไม่สร้างเงื่อนไข

ร้อนถึงระะดับแกนนำเพื่อไทยดาหน้าโต้ เป็นเรื่องส่วนตัวของสส.เสนอกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย

ในทีทางเสือผ่านรู้กันดีว่าสส.เสนอกฎหมายเข้าสภา ต้นสังกัดรู้โดยสภาพ ยิ่ง “หัวเขียง” ได้ออกตัวไม่ได้เขียนกฎหมายฉบับนี้เอง ฝ่าย “หัวเขียง” กระทรวงกลาโหมเป็นผู้จัดทำ สมัยนายสุทิน คลังแสง เป็นรมว.กลาโหม

“เมื่อพ้นตำแหน่งก็ส่งกฎหมายฉบับนี้มาเพื่อไทย คณะกรรมการกฎหมายพรรค ดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย” เป็นถ้อยคำที่ “หัวเขียง” รับสภาพผ่านทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยก่อนเสนอสภา ถึงยอมถอนร่างกลับมาปรุงแต่งจุดบกพร่อง ก่อนผลักดันเข้าสภาอีกครั้ง

แล้วพญามังกรนายทักษิณก็กระโดดลงมา แซว “หนู” อนุทิน หล่อเร็วไปนิดค้านพ.ร.บ.สกัดรัฐประหาร เป็นตัวคอนเฟิร์มได้เหมือนกันว่า “หัวเขียง” ลงทุนเข็นกฎหมายฉบับยึดอำนาจท็อปบู๊ต โดยระดับผู้นำจิตวิญญาณเปิดไฟเขียว

ล่าสุดส่งสัญญาณแจกใบแดงพรรคร่วมรัฐบาล กลางงานสัมมนาพรรคเพื่อไทย พญามังกร ตำหนิบางพรรคร่วมรัฐบาลไม่ใช่ลูกผู้ชาย เอาตำแหน่ง แต่ไม่ร่วมรับผิดชอบนโยบายร่วมกัน โดยไม่ให้ความร่วมมือพิจารณาร่างพ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่มในคราวประชุมครม.11ธ.ค.67

สปอร์ตไลท์จับไปที่พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้แม่ทัพภูมิใจไทยมั่นอกมั่นใจไม่ได้หมายถึงภูมิใจไทย แต่ยังตกเป็นเป้าเรดาร์ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าคอยระแวดระวัง ต่างกับพรรครวมไทยสร้างชาติ แตกเป็น 2 ซีก ทางหนึ่งเดินตามทุนใหญ่ อีกทางหนึ่งเดินตามแม่ทัพใหญ่ ที่กำลังสำแดงฤทธิ์ให้เห็นในเวทีสภา

ยามนี้เพื่อไทยเผชิญศึกภายในบ้าน ภายในพรรคร่วมรัฐบาล และแนวร่วมเดิมที่ต่อต้านระบอบ ทักษิณ ไม่รวมฝ่ายปกครองที่ยังใช้งานด้วยความระแวง

พญามังกรจำเป็นต้องกระตุกแฟนคลับ ฟื้นพลังศรัทธา แบรนด์ดิ้งใหม่ “โอกาสเพื่อไทย” หยิบยื่นโอกาสให้คนไทย แต่ดูเนื้อในที่เพื่อไทยพยายามปลุกปั้นเศรษฐกิจดิจิทัล

 อาทิ ดิจิทัลวอลเล็ต ก็ล้มลุกคลุกคลานไปไม่ถึงไหน เพราะไม่มีเครื่องมือ Decentralized Infrastructure ที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก

ฉะนั้นโอกาสที่พรรคเพื่อไทยได้สส.ไม่ต่ำกว่า 200 คนในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงริบหรี่ตามเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะยุคพรรคไทยรักไทยเรืองอำนาจ หลังเลือกตั้งครั้งแรกแลนด์สไลด์กวาด 248 สส. ปล่อยให้พรรคประชาปัตย์เฉาได้เพียง 128 คน ที่เหลือเป็นสส.จากพรรคอื่นรวมมีสส. 500 คน

ก่อนที่ฮึกเหิมควบรวมพรรคต่าง ๆ มาสู่อ้อมกอดตระกูลชินวัตร จนเลือกตั้งในปี 2548  สร้างประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวด้วยจำนวนสส. 377 เสียง คู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์แพ้ซ้ำซากได้สส. 96 คน ที่เหลือเป็นสส.พรรคการเมืองอื่น

แต่วันนี้พญามังกรตกอยู่ในสภาพโครงสร้างประเทศเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ผลงานชิ้นโบว์แดงยังไม่มี องค์กรอิสระเปลี่ยนสี แถมมีพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

#มะม่วง แปดริ้ว