닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนัััั

คดีตากใบเผือกร้อนในกำมือรัฐบาล



เหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส  25 ต.ค.2547 เริ่มจากการชุมนุม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ประท้วงที่ก่อความไม่สงบ ถูกจับกุม 6 คน สถานการณ์เริ่มระอุรัฐใช้มาตรการ

เด็ดขาดสั่งสลายการชุมนุม 

นำไปสู่การจับกุมผู้ประท้วง มีผู้เสียชีวิตระหว่างขนส่งผู้ต้องหาไปค่ายทหาร 84 ศพ สูญหายกว่า 

60 คน นับจากนั้นเป็นต้นมาเปลวเพลิงไม่เคยมอดดับตลอดเวลา 20 ปีเต็ม 

คดีตากใบใกล้หมดอายุความ 25 ต.ค. 67 ยังมืดรอบด้าน ติดตามตัวจำเลย-ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดที่เจอหมายจับไม่ได้สักคน

กลายเป็นเผือกร้อนในมือรัฐบาลอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ทันที ถูกกดดันจากนานาชาติ องค์การความร่วมมืออิสลามหรือ OIC และประชาชนในพื้นที่ผ่านสส.3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แนวโน้มสูงมากคดีหมดอายุความโดยจับผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ สะเทือนต่อวงเจรจาสันติภาพปลายด้ามขวาน โดยในพื้นที่เริ่มสร้างวาทกรรม “ความโหดร้ายรัฐไทย” ปลุกกระแสให้ไฟโหมกระพือ

ร้อนชนิดมีมือมืดนำรายงานของคณะกรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริงกรณีตากใบ ออกมาเผยแพร่โดยบิดเบือน ตัดท่อนท้ายที่เป็นผลสอบสวนว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ผิดออกไป

จังหวะดีที่มีสส.3 จังหวัดชายแดนใต้ของพรรคประชาชาติ พรรคประชาชน ขยับกดดันสำนักงานตำรวจแห่งชาติจับผู้ต้องหาที่หนีการจับกุมมาขึ้นศาลก่อนคดีหมดอายุความ 

และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา และเสนอแนวทางส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้(กมธ.) ซึ่งมีสส.ตัวแทนพรรคต่าง ๆ นักวิชาการ รวมอยู่ด้วย ให้รีบออกโรง
อดเป็นห่วงเงื่อนเดดล็อกตอกลิ่มขัดแย้ง ฉกฉวยเอาประเด็นนี้เป็นน้ำมันสาดราดบนยอดภูเขาไฟกลายเป็นลาวาแบ่งแยกดินแดน ก่อเหตุความรุนแรงเพิ่มขึ้นในพื้นที่

โดยไม่มีท่าทีของหน่วยงานเกี่ยวข้องแอกชั่น เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ส่อเค้าบานปลาย และเพิ่มอุณหภูมิให้ระอุขึ้น

เป็นโอกาสเหมาะสมทางกมธ.ตั้งแต่เทียบเชิญ “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 คุมภาคใต้ มาจับเข่าคุยรับมือคดีหมดอายุความ

ประคับประคองบรรยากาศเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ ซึ่งริเริ่มในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นปลายด้ามขวานให้ได้

อย่าปล่อยให้เข้าทางขบวนการแบ่งแยกดินแดน ฉกฉวยโอกาสปั่นกระแส โหมไฟขัดแย้งป่วนชายแดนใต้

โดยรัฐบาลต้องขยับ อย่านั่งนิ่งบนกองเพลิง  และในฐานะพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ไม่ใช่ทำได้เพียงรับใบลาออกจากสมาชิกพรรคของสส.บัญชีรายชื่อ อดีตแม่ทัพใหญ่คุมภาคใต้ แล้วจบ 

ปล่อยให้สังคมไทย และนานาชาติ ข้องใจกระบวนการยุติธรรมต่อคดีตากใบที่จบไม่สวยงาม

#มะม่วง แปดริ้ว