닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนะพัพะั

สายกินดิบ มีชะงัก หลัง “โรคแอนแทรกซ์” เริ่มระบาด



ต้อนย้อนไปช่วงต้นเดือนมีนาคม 2567  มีรายงานข่าวต่างประเทศว่า พบผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ 3 คน ที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก ทางตอนใต้ของลาว โดยมีสาเหตุจากการบริโภคเนื้อโค-กระบือดิบ

สาเหตุของการระบาดของโรคนี้เกิดจากการที่มีคนรับประทานวัวที่ตายด้วยโรคแอนแทรกซ์ ย้อนกลับไป จะพบว่ามี วัว ควาย และแพะของประชาชนลาวตายอย่างไม่ทราบสาเหตุมากกว่า 90 ตัวและมีการตายของสัตว์จำนวนมากอีกเรื่อยๆ
 
โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของลาวยังเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการระบาดของโรคนี้แล้ว ความรู้เบื้องต้นก็คือ ไข้เลือดดำนี้ไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ และสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้กับวัวที่ยังไม่ติดเชื้อ 

แต่ว่าล่าสุด หลังจากกระแสข่าวประชาชน จ.มุกดาหาร กินเนื้อดิบ ที่มาจากวัว แล้วเข้าโรงพยาบาล สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนในอ.ดอนตาล ที่ได้สัมผัสและรับประทานเนื้อวัวและมีการนำแจกจ่ายให้ชาวบ้านภายในหมู่บ้าน 

ซึ่งพบว่ามีอาการป่วยเป็นไข้และมีตุ่มที่บริเวณผิวหนัง ถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลดอนตาล แต่ทางโรงพยาบาลเห็นว่ามีอาการหนักจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร และได้เสียชีวิตในช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย.

ในเบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตเพราะติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ นอกจากนี้ อ.ดอนตาล ยังได้ประกาศห้ามฆ่าสัตว์ โดยเฉพาะ โค กระบือ ในห้วงงานบุญทุกกรณี

โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับทีมสำนักงานป้องกันควบคุมโรคและทีมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่สอบสวนโรคเบื้องต้นพบผู้สัมผัสจำนวน 247 คน แบ่งเป็นผู้ที่ชำแหละโค 28 คน และผู้ที่กินเนื้อโคดิบ 219 คน โดยได้ให้ยาในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการป้องกันการควบคุมโรค

"โรคแอนแทรกซ์" เป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดขึ้นได้ในสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า เช่น ช้าง เก้ง กวาง และสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร สุนัข แมว แอนแทรกซ์นับว่าเป็นโรคระบาดสำคัญโรคหนึ่งในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499

การติดเชื้อในคนส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น การชำแหละเนื้อสัตว์ การกินเนื้อสัตว์ดิบหรือปรุงไม่สุก

หลังได้รับเชื้อประมาณ 1-5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรง มีแผลคล้ายบุหรี่จี้ หายใจขัด หายใจลำบาก หากมีอาการรุนแรงมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 80

โดย นพ.ภาณุมาศ แนะนำการป้องกันโรคได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสโค กระบือ แพะ แกะ, ล้างมือ ชำระล้างร่างกายหลังสัมผัสสัตว์, เลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองอาหารปลอดภัย, หากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที และหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

พร้อมขอเตือนประชาชนว่า หากพบโค กระบือ แพะ แกะ ป่วยตายผิดปกติ ห้ามเปิดผ่าซาก ห้ามเคลื่อนย้ายซากหรือชำแหละเพื่อบริโภค ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที