ขบวนการชำเรา ‘นายใหญ่-ค่ายแดง’ สะกิดเปิดแผล-รอกระซวกดาบสอง
งานเข้าตามคิวที่ศาลรัฐธรรมนูญแทงหนังสือไปยังอัยการสูงสุด ขีดเส้นภายใน 15 วัน ขอรับทราบความคืบหน้าดำเนินการตามคำร้องของ“ธีรยุทธ สุวรรณเกษร” ทนายความพุทธอิสระ มือฉมังที่เคยยื่นยุบพรรคก้าวไกลสำเร็จมาแล้ว หลัง“ทนายหน้าหอ”ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกเลิก การกระทำของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
นั่นหมายความว่าถ้านับจากวันที่ 22 ตุลาคม ที่มีหนังสืออออกมาก็ประมาณไม่เกินวันที่ 6 พฤศจิกายน เรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดสินว่าจะรับคำร้องของ“ธีรยุทธ”หรือไม่
ปมนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงอยากตรวจสอบอัยการสูงสุดว่าทำงานมั้ย ทำหรือยัง แค่ไหนอย่างไร หรือคิดว่าธุระไม่ใช่ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะ ความรอบคอบ ไม่เร่งรีบ ร้อนรนไปในตัว
ท่าทีแบบนี้เลยทำให้นักวิเคราะห์ฟันธงตรงกัน โอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยมีสูง
แม้ทั้ง “คำร้อง” และ “คนร้อง” จะโดนคนนินทา หมาดูถูก เช่นไร เครือข่ายคนเพื่อไทยไม่ให้ราคาแค่ไหน แต่องค์กรอิสระไม่คิดเช่นนั้น คล้ายกันกับเคสของกกต. ที่รับคำร้องบุคคลนิรนามแล้วตั้งกรรมการสอบปม“ทักษิณ” ครอบงำ สั่งการพรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคร่วมรัฐบาล จากเหตุการณ์ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า คืนวันที่ 14 ส.ค. วันเดียวกับเหตุการณ์ตกเก้าอี้ของอดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน
สำหรับคำร้องของ“ธีรยุทธ”นั้นน่าสนใจ แต่แฝงเงื่อนงำอำพราง เพราะเนื้อหาคำร้องค่อนข้างหนักหน่วง เป็นการตามติดชีวิตทักษิณ คอยจับผิดแล้วจับยัดใส่ในคำร้องจนออกมาเป็น 6 หัวข้อหลัก พร้อมแตกรายละเอียดอีกยิบย่อยยั้วเยี้ย แต่ผลลัพธ์ที่ต้องการฟังดูหน่อมแน้มไม่น่าเชื่อ แค่ขอให้ศาลสั่งยกเลิกการกระทำ เพราะตามรูปการณ์คำร้องแล้วทรงไม่ใช่แบบนี้ มันต้องติดติ่งต่อท้ายอย่างเหี้ยมโหด ขอให้วินิจฉัยสั่งเลิกล้ม ล้างบางมีการยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิ์บุคลากรญาติโก โหติกา ทั้งคณะอะไรแบบนั้น แท้จริงแล้วเป็นเทคนิคเล่นทีละช็อต เซาะกร่อนบ่อนทำลายทีละขยัก หากรอบนี้เปิดแผลได้แล้ว รอบหน้าก็เอาเกลือทาฆ่าอำมหิต
แต่สำหรับคำร้องชุดแรกนี้หากศาลรัฐธรรมนูญรับไว้แล้วมีคำวินิจฉัยออกมาก็คงฮือฮาน่าดู เพราะคงต้องชี้แจงหลักการและเหตุผลเหมือนเช่นที่ผ่านมา บอกกล่าว ตำหนิ ตักเตือน และชี้ว่าแต่ละเรื่องราวแห่งการกระทำนั้นเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง สมควรยกเลิกไม่ เรียกว่าสแกนกรรม“นายใหญ่”กันชาตินี้เลยไม่ต้องรอชาติหน้า
ยกตัวอย่างประเด็นที่ 1 เรื่องที่สังคมกังขาถามหาไม่เลิก คำร้องขอศาลยกเลิก คือนายทักษิณสั่งการรัฐบาลผ่านกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ให้เอื้อประโยชน์แก่ตนเองอาศัยอยู่ห้องพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในระหว่างรับโทษจำคุก เพื่อให้ไม่ต้องรับโทษในเรือนจำ ทั้งที่ไม่พบว่ามีอาการป่วยชั้นวิกฤต
หากไม่รับคำร้องเรื่องนี้จะไร้คำตอบต่อไป ไม่ได้ไขกระจ่าง ขณะเดียวกัน “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” จะตัวเบา สบายใจยิ่งกว่าเดิม หรือหากรับแล้วชี้ว่าไม่มีอะไรผิดแปลกก็เคลียร์เลย สยบปมเม้ามอยทอล์กออฟเอดะทาวน์ทันที
แต่กรณีรับคำร้องวินิจฉัย อาจต้องเริ่มต้นนับหนึ่งสอบสืบสวนใหม่อีก เรียกสอบพยานมากมาย ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และโรงพยาบาลตำรวจ มีโอกาสที่สังคมจะได้รับคำตอบของแท้
อย่างไรก็ตามไม่ว่าคดีนี้จะลงเอยเช่นไร ล้วนมีผลเชิงการเมืองทั้งสิ้น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งให้นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยเลิกการกระทำใดๆ ไม่ว่าน้อยหรือมาก นิติสงครามคดีความต่อเนื่องแน่นอน ถึงตอนนั้นก็เป็นจังหวะรุกฆาต ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ตัดหัวคั่วแห้ง“นายใหญ่”แน่นอน ดีไม่ดีตอนนี้คำร้องอาจร่างไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
องค์กรอิสระได้ทำงานกันครื้นเครงแน่ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. ได้ทำงานอุตลุดพร้อมเพรียง เหมือนบรรเลงเพลงวงออเคสตรา แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องวินิจฉัยหรือไม่
แต่“นายใหญ่”และบรรดาทีงานเครือข่ายเพื่อไทย ก็ไม่สบายใจกันไปหมดแล้ว สมาธิทำงานทำการไม่มี เอาแต่คิดเดาผลลัพธ์ล่วงหน้าและมองลู่ทางตัวเองในอนาคต แม้ทำใจดีสู้เสือ หยามหยันนิติสงคราม นักร้องอันเดอร์กราวด์ ตลาดล่าง แต่เผอิญว่าบรรดาบุคลากรในองค์อิสระดันชอบฟังแนวอัลเตอร์เนทีฟ แหวกแนวตลาดทั่วไป แถมเต้นยับใส่เต็ม ดูอย่างเคสของ“อดีตนายกฯนิด”เศรษฐา ทวีสิน นั่นปะไร ใครจะคิดว่าต้องร่วงหล่นจากเก่าอี้ผู้นำ เข็มขัดสั้นคาดไม่ถึงกันไปทั้งอำเภอ เพราะเธอคนเดียว ตุลาการมาแนวใหม่ อัลเตอร์เนทีฟ ฉีกตลาดบนลงสู่ตลาดล่าง ด้วยทำนองฮาร์ดคอร์สะเด่าเร้าใจ ท่ามกลางความผิดหสังระยำใจของเครือข่ายคนค่ายแดง ภาพวันนั้นยังติดตา กลัวจะตามมาหลอกหลอนจนวันนี้
z-z1603487247937.jpg)