“สคบ.” คุ้มครองผู้บริโภค หรือคุ้มครองบริษัทสีเทา
โพสต์เมื่อ : 17 ต.ค 2567 เวลา 13:12 น.
“สคบ.” คุ้มครองผู้บริโภค หรือคุ้มครองบริษัทสีเทา
ชั่วโมงนี้ข่าวคาวฉาวโฉ่ต้องยกให้ “ดิ ไอคอน กรุ๊ป” ที่มีเหล่าดาราตัวท็อป เป็นระดับบิ๊กบอสของเครือข่ายธุรกิจสีเทา สร้างความเสียหายต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด สิ้นเนื้อประดาตัวกันไปเลยก็มี
ถึงขั้นนี้ “บอสตัวเป้ง” ยังออกมาโชว์ดรามาร้องไห้ประมาณสำนึกผิด ท่ามกลางเสียงสาปแช่ง โคตรปลอมไม่เนียน แสดงเก่งยิ่งกว่าเหล่าดาราที่รายล้อมตัว
สุดท้ายก็คอตกขึ้นโรงพักเข้านอนห้องขังกันคนละคืนสองคืน สำนึกบาปกับการทำนาบนหลังคน สร้างธุรกิจหรูหราหมาเห่าระดับ “ไฮด์เอน” บังหน้า รวยระดับโคตรป๋ามหาเศรษฐี ที่แท้ก็หนีไม่พ้นรูปแบบแชร์ลูกโซ่ ขยายเครือข่ายไล่ฐานขึ้นยอดพีระมิด บรรดาหัวแถว ระดับบอส หัวหน้าสาขาเครือข่าย นักกระดิกเท้ารอเงินวาร์ปเข้าบัญชีแบบมีเกียรติ เครือข่ายใหญ่โต เงินหมุนเวียนมหาศาลขนาดนี้ต้องมีคนเบื้องหลัง แบ๊กอัปบิ๊กเบิ้มระดับประเทศแน่
แกะรอยจากคลิปเสียงหลุด แฉ “ไอ้เตี้ย” ไถเงินตบทรัพย์ดูแลรายเดือน พฤติกรรมอวดเบ่ง เคลียร์ได้หมด แถมยังคุยโม้สั่งคนตามหน่วยงานทางการได้อย่างกับขี้ เพิ่มดีกรีหมั่นไส้เข้าไปใหญ่ โดย“บอสใหญ่”เจ้าของอาณาจักรยอมรับเป็นเสียงตัวเองที่สนทนาด้วย
สุดท้ายคนการเมืองฟันธงพุ่งเป้าไปที่ “เสี่ยจ๊อบ” นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แม้เจ้าตัวออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของเสียงในคลิป แต่ไม่มีใครเชื่อ เพราะพฤติกรรมมันใช่ ตรงเผง แต่ถึงกระนั้นก็เป็นแค่ตัวเล็กเด็กเดินโพย ระดับปลายแถว คอยแทะๆ เล็มๆ ไปเรื่อยๆ แต่ที่สวาปามคำโต แหลกละเอียด คือระดับใหญ่กว่านั้น น่าสงสัยกว่าใครหนีไม่พ้นโยงใยเครือข่ายทีมงาน“บ้านป่า” คอยออกตัวคอยดูแล คุ้มครอง เคลียร์ให้ทุกหน่วยงานตามเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ไม่ว่า ดีเอสไอ สคบ. ปคบ. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ จำแลงแปลงกายเป็น “เทวดา สคบ.”
มองเจตนาของการแฉคลิปแล้วมีเงื่อนงำสำคัญ เพราะอัดไว้นานแล้วเพิ่งหลุดออกมา สันนิษฐานว่าเดือดแค้น เพราะไม่ได้รับการคุ้มครองตลอดรอดฝั่ง จนต้อง“เกมโอเวอร์”แบบนี้ งานนี้ไม่ยอมตายเดี่ยว ทิ้งบอมบ์ระเบิดพลีชีพตายหมู่ทั้งขบวนการ สุดท้ายโดนขู่กลับ จน“บอสใหญ่”ต้องมาขอร้องแกมบังคับสื่อให้ลบคลิปนั้นออกไป อะไรกันครับ พรรร....รี่
บรรดาทีมงานขั้วตรงข้าม ที่ซุ่มโป่งรอจังหวะพลาดอยู่แล้ว ไม่รอช้าเดินเกมไล่กระทืบซ้ำทันที ตามที่“ทนายตั้ม”ษิทรา เบี้ยบังเกิด บุกไปยื่นหนังสือถึง“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถึงที่ทำการพรรค จี้ให้ขับนายสามารถออกจากสมาชิกพรรค ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้ตรวจสอบคลิปเสียงที่เป็นข่าว โดยเฉพาะการเรียกรับเงินเดือนละ100,000บาท และที่อ้างว่าสามารถโยกย้ายข้าราชการได้
สวมบทคนดีอาสาขยี้ให้สังคม แต่ทีมงานบ้านป่าบอกหยั่งงี้กวนตีนนี่หว่า แน่นอนเบื้องต้นออกมาทำทีขึงขังฟันแหลกไว้ก่อน พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าในวงหารือคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรค พล.อ.ประวิตรยืนยันมาตรฐานจริยธรรมของพรรค พร้อมเอาผิดทางวินัยและอาญา หากมีข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงคนในพรรค ไม่เอาไว้แน่นอน แอคชั่นเฉียบขาดได้ใจ แต่บอกไว้เลยเรื่องเงียบฉี่ หรือไม่ก็ลงโทษไปนวดให้ลุง เข้าทำนองหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ตบหน้าตัวเองหรือเปล่าก็ไม่รู้
อำนาจมืดที่แทรกซึมปกคลุมในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคเหล่านี้ คือภัยร้ายแรงที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายชีวิตและความหวังประชาชน ฉุดรั้งประเทศเสื่อมทราม กลายเป็นว่าไม่ได้คุ้มครองประชาชนคนบริโภค แต่ตรงกันข้าม กลับไปคุ้มครองเครือข่ายธุรกิจที่หากินกับประชาชน ฉ้อฉลกอบโกยแบ่งสรรรายได้กันอย่างไร้หิริโอตัปปะ เป็นเชื้อร้ายชั้นดีที่บ่มเพาะให้ธุรกิจแบบนี้เกิดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียทีนั่นเอง
ต้องฝากท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติหน้าที่ของ สคบ. ที่เกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ เคสนี้ขอให้เอาจริงจังเอาลากคอเห็บ เหา เหลือบ ไร ประเทศมาให้ประชาชนดูทีเถอะ เพราะมันเป็นเชื้อร้ายยิ่งกว่าเครือข่าย“ดิ ไอคอน” ถ้าทำสำเร็จจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลเพื่อไทย เอาไปหาเสียงกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่อีกครั้งเลยนะจะบอกให้
#ค้างคาวเขียว
z-z1603487247937.jpg)