닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก6

"อภิสิทธิ์" จี้ “รัฐบาล” เร่งเปิดเผยข้อตกแร่แรร์เอิร์ธ ให้สาธารณชนรับรู้ ยก 3 ข้อควรระวังย้ำ อย่าให้สหรัฐฯผูกขาด กระทบดุลยภาพภูมิภาคอาเซียน แคลงใจมีในหลายประเทศ เหตุใดต้องทำ MOU เฉพาะกับไทยประเทศเดียว


    
วันที่ 28 ตุลาคม 2568  ที่ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ของรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับแร่แรเอิร์ธ(Rare Earth) มีผลกระทบอย่างไรกับไทย และมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไรบ้าง  ว่า ข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การที่ประเทศสหรัฐฯ ต้องการเข้ามาโดยมีเงื่อนไขให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานถือเป็นโอกาสที่ดี แต่ก็ต้องมีความระมัดระวัง ข้อควรระวังหลัก ๆ คือ1.ไทยต้องได้รับความเป็นธรรมในเชิงผลประโยชน์  2.ต้องพิจารณาประเด็นผลกระทบด้านอื่น เช่น สิ่งแวดล้อม และ 3.ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องไม่ทำบันทึกความเข้าใจนี้ ให้สหรัฐฯมีสิทธิ์ในการผูกขาด โดยเฉพาะประเทศจีน และประเทศอื่นๆก็มีความปรารถนาที่จะเข้ามาร่วมงานกับไทยเช่นกัน ประเด็นนี้เป็นความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่แหลมคมอยู่แล้ว ประเทศไทยเพิ่งจะรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์กับศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันดับ 1 และ 2 และต้องแสดงความชัดเจนว่าเราพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ด้วย
    
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในภาพรวมของบันทึกความเข้าใจและกรอบความร่วมมือที่เปิดเผยออกมา  ตอนนี้ที่เรามาพูดเหตุการณ์มันผ่านมาแล้วความจริงสิ่งหล่านี้เป็นสิ่งที่ รัฐบาลจะต้องเปิดเผยความจริงให้แก่ประชาชน แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดในระหว่างการเจรจา แต่ ประชาชนควรมีสิทธิ์ที่จะรู้ก่อนหน้านี้แล้วว่าสิ่งรัฐบาลดำเนินการแลกเปลี่ยนเพื่อเจรจาต่อรองมีประเด็นอะไรบ้าง

ความจริงวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาล ในระหว่างที่จะไปเจรจาในรายละเอียด หรือนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่การปฎิบัติจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะก่อนที่จะไปตกลงเจรจาทางการค้าอย่างเป็นทางการ  ตนคิดว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือได้รับผลกระทบมีหลายด้านมาก ผมคิดว่าการเปิดเผยกรอบความร่วมมือที่ผ่านมาคงทำให้หลายคนได้เห็นว่ามันครอบคลุมเกือบทุกภาคส่วน

”จริงๆโดยที่ภาคส่วนเหล่านั้นยังได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นเลย ถ้าหากมีความจำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคนเหล่านั้นก็ต้องมีแผนที่ชัดเจนในการเยียวยา และมีแผนที่จะมีระยะเปลี่ยนผ่าน ให้คนที่ได้รับผลกระทบในทางลบจะทำอย่างไร ที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งชุดที่แล้ว และชุดนี้ได้พูดถึงเฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบจากภาษี 19% เท่านั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรเลยกับคนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรานำไปแลก เพื่อให้ได้ลดภาษีมา 19% ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งเปิดเผยข้อเท็จจริง และให้เกิดการมีส่วนร่วม และต้องบอกให้ชัดว่าช่องทางหรือสามารถในการเจรจารายในละเอียด มีมากน้อยแค่ไหนอย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า เรื่องแร่แรเอิร์ธในไทยมีการขุดส่งออกจาก หรือนำเข้าจากออสเตรเลียมาสกัดหรือไม่  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริงๆแล้ว มีหลายขั้นตอน ในการทำเรื่องนี้ ถ้าพูดไปแล้วเป้าหมายของสหรัฐฯ ที่อาจจะเป็นประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทยที่มีการผลิต หรือมีสิ่งเหล่านี้มากกว่า ความจริงในภูมิภาคนี้มีประเทศอื่นๆ ก็มี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ยังไม่มีการไปทำข้อตกลงแบบนี้ ยกเว้นกรณีของประเทศออสเตรเลีย เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรีไทยก็ตอบง่ายไปนิดที่บอกว่า เป็นแค่ MOU เราคงไม่ไปทำอะไร ในที่สุดแล้วก็ถูกมองว่า เราไปตกลงอะไรกันแล้วไม่ให้ความสำคัญ เพียงแต่เรื่องนี้ ตนคิดว่าคนไทยทราบสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรกเมื่อเปิดเผยออกมา ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่สำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำความเข้าใจว่า จะเดินไปข้างหน้าอย่างไร      

เมื่อถามว่า ควรนำเรื่องนี้เข้าสภาฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ สุดท้ายแล้วย่อมต้องเข้าสภาฯอยู่แล้ว ส่วนบันทึกความเข้าใจ(MOU)คงต้องดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติมาก จะเป็นตัวบ่งบอกระดับของการที่จะได้รับการอนุมัติ อย่าว่าแต่สภาฯเลย แค่หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อว ก็ยังมีอีกมากมาย