닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ33

“จุลพันธ์” เข้าแจง กมธ. สถานบันเทิงสว. ชี้ทำความเข้าใจกับประชาชน เป็นหน้าที่รัฐบาล เผย “กาสิโน” เป็นโมเดลธุรกิจดึงนทท. สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน สร้าง "ดิสนีย์แลนด์-ยูนิเวอร์แซล" มองจะผ่านหรือไม่ผ่าน เป็นโจทย์ที่ต้องทำให้ได้



วันที่ 5 มิ.ย.68 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิด สถานบันเทิงครบวงจร(สว.)ถึงกรณีรัฐบาลเร่งดันพรบ.สถานบันเทิงครบวงจรและช่วงที่ผ่านได้รับคำวิจารณ์ในสังคมมากขึ้น โดยนายจุลพันธ์ ถามกลับว่า“จริงหรือ”  การพูดคุยตอนนี้เริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นจากมุมมองของสื่อทำให้ประชาชนเห็นภาพชัดขึ้นว่าคืออะไรไม่ใช่เพียงการพนันอย่างเดียวแต่มีการลงทุนขนาดใหญ่ซึ่งหน้าที่ในการทำความเข้าใจก็เป็นของรัฐบาลโดยสังคมก็มีเวทีของภาคเอกชนซึ่งเป็นเวทีที่เชิญหลายฝ่ายเข้ามาพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดการตกผลึกโดย วันนี้ที่ตนมาในคณะกรรมาธิการของพุทธสภาเพื่อมาชี้แจงถึงมุมมองของรัฐบาลและพร้อมรับฟังในข้อที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากกลไกของสภา นั้นมีหน้าที่เพื่อรับฟังความเห็นที่รอบด้านเพื่อจะปรับตัวข้อกฎหมายให้อยู่ในส่วนที่สังคมยอมรับ 

เมื่อถามว่าเราสามารถถอดกาสิโนออกไปจะทำให้ได้รายได้ ได้หรือไม่นั้นนายจุลพันธ์ เผยว่า กาสิโนเป็นโมเดลทางธุรกิจ ที่ต่างประเทศใช้กัน เพราะปัจจุบันการดึงดูดนักท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูงมากประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีกาสิโนเกือบทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและสหรัฐอาหรับเอมิเรตน์ ซึ่งหากเราอยู่เฉยก็จะโดนส่วนแบ่งด้านการตลาดในภาคการท่องเที่ยวถูกดูดออกไปเรื่อยเรื่อยจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการท่องเที่ยว สร้างสื่อบันเทิงที่มนุษย์สร้างขึ้น (man made Destination) ส่วนหากจะตัดกาสิโนออกนั้นต้องยอมรับว่า การสร้างสถานที่มูลค่าหลายหมื่นล้านหากถามนักลงทุนก็ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะคืนทุน ส่วนสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์หรือยูนิเวอร์แซลนั้นมีการนัดหมายนัดลงทุนเพื่อมาพูดคุยกัน เพราะในอดีตเคยมีกระแสข่าวว่าจะมีดิสนีย์แลนด์มาที่ประเทศไทยแต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นความเสี่ยงในการลงทุน เพราะการตัดสินใจต่างๆต้องมีองค์ประกอบ การที่มีสถานบันเทิงครบวงจรเข้ามานั้นเป็นเครื่องยืนยันการลงทุนว่าจะมีฐานนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการลงทุนแบบนี้จะสร้างความสำเร็จได้จริงซึ่งเป็นเหตุผลทางธุรกิจ

“องค์ประกอบในเรื่องของความคุ้มค่าทางธุรกิจมันมีความเสี่ยงสุดท้ายก็ไม่ได้มาหากดึงเข้ามาในวันนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าเป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริงเพียงเท่านั้น” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามว่าอีก1 เดือนจะเปิดสมัยประชุมสภามีการพูดคุยทำความเข้าใจไปถึงส่วนไหนในเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังไม่ไม่เห็นด้วยอย่างพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์เผยว่า ตนยังไม่ได้ยินของทางพรรคแต่เห็นเป็นความเห็นของสมาชิกเท่านั้นซึ่งในคณะรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคก็อยู่ครบรวมถึงผู้บริหารก็อยู่ด้วยเป็นเพียงการส่งกฎหมายมาให้ทางคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลให้ความเห็นชอบไปแล้วแต่รายละเอียดก็เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะ ไม่เห็นด้วยบ้าง ซึ่งในส่วนที่เห็นต่างนั้นก็จะไปแก้กันตามขั้นตอนของสภาตนเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจตรงกันดี  ส่วนจะผ่านได้หรือไม่นั้นตนมองว่าเป็นโจทย์ที่ต้องทำให้ได้เพราะหากกฎหมายยังไม่เสร็จก็จะต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นหากต้องการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนหรือการลงทุนทุกประเภทนั้นการเดินหน้ากฎหมายสำคัญแล้วทำให้เป็นรูปเป็นร่างหรือจับต้องได้ก็เป็นสิ่งสำคัญตนเชื่อว่ามีเวลาเพียงพอที่จะทำความเข้าใจและพูดคุยให้เกิดความเหมาะสม 

เมื่อถามถึงการที่มาชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาวันนี้จะทำให้วุฒิสภาเห็นมุมมองของรัฐบาลมากขึ้นหรือไม่เพราะมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะซ้ำรอยเหมือนกับพรบ.ประชามติที่ต้องยืดออกไปหรือไม่นายจุลพันธ์ เผยว่า หากจะยืดก็ยืดเพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของทุกฝ่ายทุกฝ่ายมีอำนาจและกลไกของการดำเนินการตนก้าวก่ายไม่ได้และมีหน้าที่ทำในส่วนของตนให้ดีที่สุดการมาชี้แจงวันนี้เพื่อมารับฟังและทำความเข้าใจให้มากขึ้น