เปิดศึกกัมพูชาอีกรอบ? ปลุกลัทธิชาตินิยม
เปิดศึกกัมพูชาอีกรอบ? ปลุกลัทธิชาตินิยม
รัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือนยุบสภา 31 ม.ค. 69 ออกสตาร์ทหาเสียงตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและปั่นกระแสชาตินิยม โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัสและประกาศยกเลิกเอ็มโอยู43-44 ผ่านการทำประชามติ
ตามด้วย “นายกฯหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยกทัพลงพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์-บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังปัญหา ความต้องการของชาวบ้านในจังหวัดชายแดนอีสานใต้ที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์สู้รบ
และบัญชาการบริหารจัดการน้ำท่วมซ้ำซาก เร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ประสบภัย ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน
กระแสค่ายน้ำเงินแรงไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ หน้าตักพร้อม อำนาจรัฐเต็มกำมือ พลังพิเศษหนุนเต็มสูบ บ้านใหญ่จังหวัดต่างๆไหลเข้าไม่ขาดสาย ล่าสุด “บ้านรัตนเศรษฐ์”ที่เคยอยู่พรรคพลังประชารัฐ มาเสริมทัพอีกราย
ยิ่งเห็นบรรยากาศสุดคึกคักในงานวันครบรอบวันเกิด 67 ปี“ลุงเน” นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ผู้ที่เคยประกาศขออาสา “กูจะเป็นคนเอาผ้าแดงออกจากจอมปลวก” นับว่า “ลุงเน”ทำสำเร็จตามเป้าหลังจากลั่นว่าจา “มันจบแล้วครับนาย”
ปัจจัยบวกเหล่านี้ทำให้การเติบโตจากพรรคขนาดกลาง 70 สส. พองเพิ่มอีกเท่าตัว กลายเป็นพรรคนัมเบอร์วันหลังการเลือกตั้งปี 69 “นายกฯหนู”มั่นใจ “ลุงเน”ระหว่างทำพิธีปะกำช้าง เป็นพิธีที่ตระกูลชิดชอบทำสืบทอดมานาน ได้ให้พร“นายกฯหนู” “ชนะศึกเลือกตั้ง เป็นนายกฯอีก 4 ปี”
โดยมีพรรคกล้าธรรม “อาจารย์แหม่ม”นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ แม่ทัพใหญ่ “ผู้กอง”ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ประธานที่ปรึกษาใหญ่ เป็นพันธมิตรกับพรรคภูมิใจไทย
ภูมิใจไทย-กล้าธรรม เป็นมวยสไตล์เดียวกัน สะกดคำว่าถอยไม่เป็น บู๊ ดุเดือด คู่แข่งแกร่งไม่พอเจอมวยประเภทนี้ รับรองใจฝ่อหนีกระเจิง
จังหวะการเมืองเข้าทางพรรคภูมิใจไทย ให้ไปต่ออีก 4 ปี เพื่อเชื่อมอำนาจประชาชนกับอำนาจหลักเชิงโครงสร้างปีกความมั่นคง ที่เป็นความมั่นคงของประเทศเหนือกว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
เป็นอีกปัจจัยสำคัญต้องผลักดันทำประชามติเอ็มโอยูสอดไส้ในนโยบายของรัฐบาล หล่อเลี้ยงกระแสชาตินิยมจนถึงวันเลือกตั้ง สังคมเด้งขานรับผ่านผลสำรวจนิด้าโพลถึง 60.76 % ไม่เห็นด้วยให้ทำประชามติมีเพียง 20.92%
แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ กลุ่มตัวอย่าง 65.50%ต้องการทำความเข้าใจเอ็มโอยู 43 และเอ็มโอยู่ 44 ก่อน เพราะในจำนวนดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่างไม่เข้าใจเลยสูงถึง 24.96% ไม่ค่อยเข้าใจ 23.13%
รัฐบาลเฉพาะกิจเห็นข้อมูลแบบนี้ไม่รู้ยังผลักดันทำประชามติเอ็มโอยู เพื่อหวังผลตอบแทนจาก “ลัทธิชาตนิยม” โดยมีเสียงสะท้อนจากนักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการ ในทิศทางเดียวกันว่า หากเดินหน้าแบบนี้ เท่ากับรัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาจริง
ขณะที่ฝ่ายขวาจัดตอกหน้าบรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการเหล่านี้ เป็นพวกไม่รักชาติ ที่คัดค้านทำประชามติยกเลิกเอ็มโอยู ฝ่ายขวาจัดกำลังปลุกสังคมคนที่รักชาติต้องฉีกเอ็มโอยูเท่านั้น
แต่อย่าถึงขั้นสถานการณ์ “ลัทธิชาตินิยม” แรงไม่พอ จำเป็นต้องเปิดศึกกับกัมพูชาอีกรอบ
z-z1603487247937.jpg)