닫기

พลิกเกม
เล่นกันเลยเถิด สส.ฝ่ายรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยไปบูลลี่ขยี้เรื่องยุบพรรคใส่ก้าวไกลแกนนำฝ่ายค้าน ในเวทีอภิปรายงบประมาณ2568 เล่นไม่รู้สี่รู้แปดจริงๆ 

แกนนำตัวพ่อค่ายส้มอย่าง “เดอะป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ทนไม่ไหว โพสต์ข้อความระบายผ่านโซเชียล “นักการเมืองไม่ควรทำตัวเป็นไก่ในเล้าตีกันในกรงขังกฎหมาย ที่ชนชั้นนำดั้งเดิมสร้างมาล้อมคอก ควรร่วมกันต่อสู้ ดีกว่าไปเอาใจ ทำตัวเป็นเด็กดีของชนชั้นนำดั้งเดิม”

สะท้อนความจริงจนต้องสะท้านใจ เป็นไก่ตรุษจีนรอเวลาถูกเชือด ยังทำซ่ามาท้าตีกันในเข่ง ยังไม่รู้สำนึกชนะหรือแพ้ก็ตายทั้งเข่ง แทนที่จะร่วมมือกันหาทางออกจากเข่ง เพื่อหนีความตายให้ได้ก่อน

“ปิยบุตร” ปรามเบาๆ จี้สำนึกคนเพื่อไทยอย่าไปเอาใจ แสดงตัวเป็นเด็กดีของชนชั้นนำดั้งเดิม พูดอีกก็ถูกอีก เพราะพฤติกรรมที่ออกมามันดูน่ารังเกียจ เหมือนไปพินอบพิเทาศัตรู ยอมแพ้ศิโรราบ ไม่หวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมาว่าถูกกระทำชำเราเอาไว้สาหัสเช่นไร และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พลพรรค แฟนคลับ ต้องถอยหนีตีจาก กระแสตกต่ำเรี่ยราดลงทุกวัน ยังไม่เข้าใจมัวแต่ไปโทษนั่นโทษนี่โทษแม้กระทั่งเงาตัวเอง

วันหนึ่งเมื่อสถานการณ์พลิกเปลี่ยน ตั้งสติไตร่ตรองจนรู้ความจริงว่า ก้าวไกลคือเป็นพันธมิตรที่แท้จริงของตัวเองตั้งแต่แรก ไม่เคยหนีหายไปไหน มีแต่ตัวเองที่เปลี่ยนไป จะมาสำนึกรู้สึกตัวก็สายไปแล้ว ดังนั้นวันนี้หากเพื่อไทยยังคิดว่าตัวเองยังอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ยังอยู่กับประชาชน ควรทบทวนและยั้งคิดก่อนลงมือทำอะไรให้มากกว่านี้

เมื่อดูรูปการณ์คดียุบพรรคก้าวไกลที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญชั่วโมงนี้แล้ว นักวิเคราะห์ทุกสำนักฟันธงตรงกันว่ามีโอกาสรอดเพิ่มมากขึ้น เมื่อมองจากสถานการณ์การเมือง ณ ปัจจุบัน 

คิดง่ายๆ ว่ายุบพรรคก้าวไกลตอนนี้แล้วได้อะไร อาจไม่ได้อะไรเลยกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม อำนาจเก่า ก็อาจแค่ย้ายบ้าน ตั้งพรรคใหม่ แล้วก็พิสูจน์ของแท้มีกี่ชีวิต และงูเห่าจะมีมากเท่าไร 

หากงูเห่าจะเลื้อยออกไปตอนนี้ก็ต้องไปหาแหล่งอาหารโอชะ นั่นคือต้องเป็นรัฐบาลชัวร์ เลื้อยไปแล้วปรากฏว่ายังเป็นฝ่ายค้านก็คือโง่งมงาย ตายทั้งเป็น หมดอนาคต แถมยังอดอยาก นรกชัดๆ 

พูดตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม คือย้ายไปอยู่พลังประชารัฐ ที่ถูกนินทากล่าวหาว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เป็นผู้ก่อการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลอยู่ใต้ดิน พยายามเล่นเกมบอนไซรัฐบาลทุกวิถีทาง จากหลายเครือข่ายองคาพยพ เพื่อพลิกเกมขึ้นสู่บัลลังก์อำนาจฟาดตำแหน่งนายกฯ 

แต่ดูเหมือนมันจะยากเกินไป โอกาสสำเร็จน้อย ไม่กล้าเอาอนาคตไปเสี่ยงแล้ว งูเริ่มหายเลื้อยกลับรัง เพราะประเมินโอกาสนายกฯใจบันดาลแรงเป็นไปได้ยากกว่าเดิม จากเดิมที่ยากอยู่แล้ว เพราะ “นายใหญ่จันทร์ส่องหล้า” ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณเพื่อไทย เป็นผู้ออกมาเฉลยเองทั้งหมดว่า ใครคือศัตรูที่กำลังเดินเกมโค่นล้มเพื่อไทยแล้วแทรกตัวขึ้นมาเป็นนายกฯ 

การออกมาเปิดหน้าแฉจะจะถึง “บ้านในป่า” 2 รอบ 3 รอบ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เกรงกลัว พร้อมเปิดหน้าท้าชกให้ตายไปข้าง และนั่นก็หมายความว่า“บิ๊กป้อม”ไม่ใช่หนึ่งในคณะ “ดีลลับลังกาวี” ลึกไปกว่านั้นคือ “ทักษิณ” ประเมินแล้ว “บิ๊กป้อม”ไม่ได้อยู่ในสมการอำนาจตัวจริง สู้ได้ ฆ่าได้ หยามก็ได้ ไม่ได้มีพลังอำนาจใดๆหนุนหลัง นอกจากพรรคพวกเครือข่ายอำนาจเก่า ชนชั้นอีลิท พลพรรคคนเกลียดทักษิณเท่านั้น 

และมันยิ่งตอบข้อสงสัยนี้ชัด เมื่อ“ทักษิณ”ได้ประกันตัวในคดี ม.112 ตอกย้ำว่า “ดีลลับลังกาวี” อิงกับเครือข่าย“ลุงในเมือง”เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเครือข่าย“ลุงในป่า” เช่นนั้นแล้วนายใหญ่ประเมินแล้วแค่นี้สู้ได้ แรงมาก็แรงกลับ พร้อมสับให้ละเอียด 

เมื่อหลุดจากมุมอับ หนีการไล่ต้อนพลิกกลับมาเป็นต่อได้แล้ว รอดูจังหวะเอาคืนตามสไตล์“นายใหญ่” จ่อรัวหมัดชุดใส่หน้าเตะผ่าหมาก เตรียมลากทีมงานใจบันดาลแรงไปหาแพสชั่นใหม่ๆในซีกฝ่ายค้าน เขี่ยลุงในป่าและทีมงานลิ่วล้อออกจากรัฐบาล เหลือไว้แค่ทีมผู้กอง และพวกที่ยอมแพ้มารายงานตัว เปลี่ยนจากทีมงานบ้านป่า มาเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า