닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopyะัึ

นายกฯหนู 4 ปี หรือ 4 เดือน



“นายกฯหนู”นายอนุทิน ชาญวีรกูล ฉลองเบิร์ธเดย์ 59 ปีแบบถือธงอำนาจอยู่ในมือ โดยไม่มีเวลาฮันนีมูล ประเดิมประชุมว่าที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย และความมั่นคง วางโรดแม็ป 120 วัน


ผลักดันนโยบายเปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ 60 สู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขับเคลื่อนแก้ปัญหาปากท้องผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่งตัวเตรียมลงสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป

เป็นที่มาเสียงกระซิบอวยพร “4+4” ทิ้งนัยการเมืองให้ฝ่ายตรงข้ามได้ขบคิด แต่วงในพรรคภูมิใจไทยรู้ดีว่า “นายกฯหนู”กล้าเสี่ยงเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ 4 เดือน เพราะวางยุทธศาสตร์การเมืองล่วงหน้า
ชิงจังหวะเรืองอำนาจช่วงสั้นสร้างฐานนิยมทางการเมือง ขยายเครือข่ายอำนาจ หวังกลับมาเป็นนายกฯอีกรอบหลังเลือกตั้ง 4 ปี

โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายอำนาจ ผนึกพลังพิเศษ เป็นแต้มต่อคู่ต่อสู้ แม้แต่ภายในพรรคเพื่อไทยในสภาพเสื่อมทรุด ยังยอมรับสภาพหากฟื้นความมั่นใจแก่สมาชิกไม่ทัน มีโอกาสสูงหล่นเป็นพรรคอันดับ 4 หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ตามหลัง “ภูมิใจไทย-ประชาชน-กล้าธรรม”

เพราะการเมืองกำลังเซ็ตตัวใหม่ทั้งหมด และศักยภาพพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม ทั้ง “รวมไทยสร้างชาติ-พลังประชารัฐ” รวมถึง “ประชาธิปัตย์” อ่อนล้ารอวันดับสูญหรือผลัดใบ ฐานเสียงส่วนนี้ไหลซบ“ภูมิใจไทย”โดยปริยาย

แต่กระแสการเมืองเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สภาพปัญหาประเทศและโลกซับซ้อน บนโครงสร้างประเทศตกอยู่ในสภาพปรักหักพัง รัฐบาลบริหารบริหารราชการแผ่นดินแค่ไหนมีแค่เสมอตัว

ยิ่งล่าสุดหนึ่งแต้มเหมือนน้ำชโลมใจ เมื่อ“สง่า พรมเมือง”รักษาแชมป์ให้พรรคเพื่อไทย คว่ำผู้สมัครสส.พรรคประชาชน ที่เขต 7 จ.เชียงราย แฟนคลับเสื้อแดงสะใจ

“ไม่มีวันสูญพันธุ์!!! เพื่อไทยชนะขาดเลือกตั้งซ่อม คะแนนนิยมขึ้นมากกว่าเลือกตั้งครั้งก่อน” “อิ๊งค์”น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปลุกใจลูกพรรคทันที

อีกแต้มที่มีค่าแก่พรรคเพื่อไทยชี้ชะตา 28 ก.ย. 68 ในศึกเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ผ่านด่านผู้สมัครสส.ภูมิใจไทยได้หรือไม่ ต้องถามใจชาวบ้านในพื้นที่และ“นายกฯหนู”

สนามนี้มีผลต่อยุทธศาสตร์ 4+ 4 ของพรรคภูมิใจไทย หากเพื่อไทยแพ้ สส.อีสานใต้ที่ปันใจจะหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านเก่าทันที ถ้าผลออกตรงกันข้าม สส.เหล่านี้ต้องคิดหนัก สะเทือนต่ออนาคตพรรคภูมิใจไทยที่จะกลับเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ

โดยเฉพาะหมดศึกเลือกตั้งซ่อม รัฐบาลเสียงข้างน้อย 146 เสียงเดินเข้าสู่โหมดถูกตรวจสอบชนิดเข้มข้นจากฝ่ายค้านกว่า 280 เสียง เริ่มเผาหัวกันตั้งแต่ครม.ยังไม่คลอด “ห้ามแทรกแซง ห้ามจับมือทำคดีเขากระโดง คดีฮั้วเลือกสว. โยกย้ายขรก.ระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย

โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เบรกเครือข่ายปราสาทสายฟ้าเข้ามาเป็นรมว.ยุติธรรม มีสัมพันธ์แนบแน่นสว.สีน้ำเงินที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว.

อีกราย “ไอซ์”น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน สะกิดรัฐบาลใหม่ห้ามตั้งเจ้าของบริษัทที่ขายตึกให้สำนักงานประกันสังคม ที่ “นายกฯหนู” สมัยเป็นรองนายกฯกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ใน “รัฐบาลอิ๊งค์” เคยตั้งคณะกรรมการสอบจนได้ข้อเท็จจริงว่า “ลงทุนราคาสูงเกินกว่าเป็นจริง เร่งรีบผิดปกติ กองทุนประกันสังคมเสียประโยชน์”

แค่เจอพรรคประชาชนสาดใส่เข้าสองดอก ยังกระทบต่อไทม์ไลน์เปิดแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 4 เดือนรอดหรือร่วงก่อนกำหนด อยู่ที่โฉมหน้าครม.มือต้องสะอาด

#มะม่วงแปดริ้ว