닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนัั

“ประชาชน” อย่าทรยศประชาชน



พรรคประชาชนยังเชียร์ไม่ขึ้น ตกอยู่ในสภาพอ่อนแรงชัดเจนหลัง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และสวมบทบาทผู้นำฝ่ายค้าน 

สถานการณ์คล้าย “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล กระแสความนิยมก็กอดตัวเลขหลักเดียวยาวนาน จนทัพหลวงรวน ลูกพรรคนอนก่ายหน้าฝาก กว่าพลังศรัทธาเฟื่องฟูก็ใช้เวลาพอสมควร

เพราะ “ทิม” เคลื่อนไหวอิสระ พัฒนาตัวเองเร็วมาก จังหวะเดียวกับกระแสสังคมโหมกระหน่ำเบื่อ “3 ลุง” ทายาทอำนาจคสช. จนราศีจับกลายเป็นนักการเมืองป๊อบปูล่าที่สุดในประเทศไทย ไปไหนแฟนคลับเจอหน้า กรี๊ดน้ำหมากกระจาย

พอถึงคิว “เท้ง” เข้ามา เผชิญมรสุมภายในหลายระลอก ว่ากันว่าระดับแม่ทัพใหญ่ขยับตัวแต่ละครั้งต้องรอไฟเขียวจาก “โปลิตบูโร” 

โครงสร้างบริหารจัดการภายในพรรคก็มีกลิ่นอาย “ไทยซัมมิต” ปกคลุม ตั้งแต่คลอดชื่อ “พรรคประชาชน” สลับหัวหน้าพรรคจาก “ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล เป็น “เท้ง” ท่ามกลางแซดกระจายภายในบ้านตัวเองว่า  “TJ” รับงาน “TS” ช่วยถอดชนวนเปิดศึกเสือสาว ระหว่าง “แม่ทัพหญิง” ค่ายส้ม ปะทะ “แม่ทัพหญิง” ค่ายแดง 


วางเด็กในคาถาสยายปีกคุมทั้งพรรค สายตรง “ติ่ง” ศรายุทธ์ ใจหลัก แม่บ้านผู้ดูแลสารทุกข์สุขดิบ เป็นอีกคนที่คอยลงแส้ลูกพรรคที่ละเมิดกติกา ใครเดินเลยธงถูกเรียกเข้า “ห้องเย็น”

 ระดับรองเลขาธิการพรรค 12 ตำแหน่งส่วนใหญ่วิ่งหลับตาขึ้น“ไทยซัมมิต”สบาย  แบ่งเป็นสัดส่วนภูมิภาค 8 ตำแหน่ง สัดส่วนกลุ่มประเด็น 2 ตำแหน่ง สัดส่วนสำนักงาน 2 ตำแหน่ง ปักธงจัดทำนโยบายเจาะลึกระดับภูมิภาคตามกลุ่มประเด็น พร้อมเปิดตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคอีก 7 ฝ่าย เพื่อคลอดนโยบายที่แหลมคม และเค้นศักยภาพสส.ปชน. ให้เป็นสส.แห่งความเปลี่ยนแปลง

ผู้นำจิตวิญญาณอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยกระชับอำนาจมากเกินไป ลูกพรรคเริ่มอึดอัด  แต่ที่ต้องการให้ตีกรอบกระชับ กลับปล่อยยาว เช่น ประชุมสส.แต่ละครั้ง เปิดไฟเขียวลากยาวประมาณ 4 ชั่วโมง ให้ถกได้ทุกประเด็น เปรียบเหมือนประเด็นขี้หมูราขี้หมาแห้ง ยังปล่อยให้วิพากษ์ได้เต็มที่ก่อนโหวตลงมติ

เสียเวลาเชิงบริหาร “ประชุมรับรู้” แต่ “ไม่ได้เรียนรู้” ปกติทั่วไปเปิดโหวตเฉพาะวาระสำคัญ ที่ผ่าน การ “วางธง” ของคณะกรรมการบริหารพรรคมาแล้ว ชี้ให้เห็นว่าสภาพภายในระส่ำระสาย

สภาพภายนอกก็ดูย่ำแย่ “ไทยซัมมิต” รับสัญญาญ “จันทร์ส่องหล้า” จนเสียทรง กระทบตรวจสอบเชิงรุก สส.เบอร์ใหญ่เก็บเนื้อเก็บตัว กลัวปะทะและบาดเจ็บ คดีจริยธรรม 44 คนเริ่มออกฤทธิ์ถูกป.ป.ช.เรียกเป็นรายตัว เปรียบเหมือนกองทัพประชาชนมีทหาร 143 คน ออกรบ และอาหารได้แค่ไม่เกิน10 คน


อาทิ ทีมโฆษกพรรคอ่อนซ้อม งานรูทีนสอบผ่านเฉียดฉิว งานเชิงรุกสอบตก เพราะตามยุทธศาสตร์การสื่อสารการเมือง “ทีมโฆษก” คือ “รัฐกันชน” เดินกลยุทธ “เปิดประเด็น-เปลี่ยนประเด็น-เบี่ยงประเด็น-ทำความเข้าใจ-ตอบโต้ปะฉะดะ” แต่ทำได้แค่ยักคิ้วหลิ่วตา ผิดฟอร์มฝ่ายค้าน


หมดเวลาขั้วเสรีประชาธิปไตยหยุดเล่นสองหน้า ทำหน้าที่ตะลุยตรวจสอบรัฐบาล

#มะม่วง แปดริ้ว