”โรม“ ซัดแรง! สงสัยมีคนล็อบบี้ ฮั้ว สว. หวั่นเป็นเกมต่อรองทางการเมือง
”โรม“ ซัดแรง! สงสัยมีคนล็อบบี้ ฮั้ว สว. หวั่นเป็นเกมต่อรองทางการเมือง สงสัย กกต.ไม่ขยับเอง ปล่อยให้ DSI ดำเนินการแทน
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ฮั้ว เลือกตั้ง สว. ปี 2567 ที่ทางพรรคประชาชนและ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) รับเรื่องนี้ไว้ แต่สุดท้ายเมื่อวานนี้(26 ก.พ. 68) มีการประชุมเกิดขึ้นและมีมติเลื่อนพิจารณารับคดี ฮั้ว เลือกตั้ง สว. เป็นคดีพิเศษ และมีการเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เข้ามาชี้แจงใน วันที่ 6 มี.ค. 68 กล่าวว่า เห็นมีคนไปร้องเรียน ว่ามีผู้มีอำนาจมากไปล็อบบี้ ซึ่งตนไม่รู้ว่าใคร แต่คิดว่าการทำแบบนี้ จะเข้าข่ายการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ตนคิดว่าการใช้ดุลพินิจของ DSI ที่จะต้องดำเนินการ ในการรับเป็นคดีพิเศษ โดยคิดว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของบอร์ดของกรรมการต่างๆ ที่จะต้องมีการพูดคุยกัน
แต่ถ้าหากพูดตามตรง คือในส่วนที่กกต. ต้องทำหน้าที่ของกกต.ก็ต้องทำไป แต่ในส่วนที่DSI ต้องดำเนินการ อาจจะเป็นเรื่องอังยี่ ซ่องโจรอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากมีจริงตนคิดว่าทางDSI ก็สามารถรับเป็นคดีได้ แต่ปัญหาวันนี้เรื่องของกรณี ฮั้ว สว. ตนไม่อยากให้มองว่าเป็น สว. อย่างเดียว อยากให้มองว่าเป็นคดีหนึ่งที่ หน่วยงานรัฐจะต้องดำเนินการ ปัญหาอยู่ที่ว่ามีคนเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ตนอยากให้คนที่ใช้อำนาจตรงนั้นหยุด และควรที่จะใช้กระบวนการยุติธรรม ในการดำเนินการ พร้อมคิดว่าการฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ร้ายแรง
“วันนี้จะยอมรับได้หรือไม่ ว่าการฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ร้ายแรง วันนี้จะยอมได้หรือไม่ว่าเรื่องนี้ทำลายความน่าเชื่อถือ ความศรัทธา ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะ สว.เป็นส่วนหนึ่งของสภา หากเรื่องนี้จบด้วยการเคลียร์ จบด้วยการล็อบบี้ จบด้วยการที่ไม่มีความจริงออกมา หรือมันจบด้วยการต่อรองทางการเมือง ตนคิดว่าประชาชนจะเชื่อมั่นและศรัทธาได้อย่างไรกับกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจบด้วยความไม่โปร่งใส
แต่วิธีการที่ดีที่สุด ของเรื่องนี้คือความโปร่งใส หากมีพยานหลักฐานหรือ คนที่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. จริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป“ นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า มองเป็นเกมและสุดท้ายจะใช้ DSI เป็นตัวบีบ หรือเป็นแค่เกมต่อรองเท่านั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงว่าจะกลายเป็นเรื่องต่อรองทางการเมือง ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นเลย และเป็นห่วงว่าจะมีการแทรกแซงจากบุคคลที่ 3 ที่จะเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่งั้น ความยุติธรรม จะเสียหายกันหมด วันนี้คุณเล่นใหญ่แบบรัชดาลัย แต่สุดท้ายจบลงกันที่การเคลียร์จบลงที่การดีล ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
ถามย้ำว่าอย่างเมื่อวานนี้(25 ก.พ. 68) ท่าทีของ สว. บางคนที่ออกมาว่าไม่พอใจ ที่DSI มีอำนาจไปเรียก กกต. ที่เป็นองค์กรอิสระได้อย่างไร นายรังสิมันต์ ระบุว่า เรื่องนี้ กกต. ต้องชี้แจงและมีความเป็นไปได้ว่าการ ฮั้ว สว.อาจจะเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตนคิดว่าการไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร และเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจของการที่จะดำเนินคดีนี้
“ จริงๆควรเป็นคำถามกลับกัน ว่าทำไม มันกลายเป็น DSI ที่ดำเนินการเรื่องนี้ ทำไมไม่เป็น กกต. ซึ่งกกต. ควรที่จะเป็นคนริเริ่มดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่ทำไมถึงไม่ดำเนินการ และต้องปล่อยให้ฝ่ายอื่นดำเนินการแทน “ นายรังสิมันต์ กล่าว
หากถามตนในการตั้งคดีว่าเป็นอั่งยี่ ซ่องโจร มันสามารถตั้งคดีได้ด้วย DSI แต่ถ้าหากมีมิติอื่นที่ เป็นอำนาจของกกต. กกต. ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้แทบไม่เห็นการขยับอะไรของกกต. เลย ก็ไม่รู้ว่าติดอะไร
z-z1603487247937.jpg)