닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

จากกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องโทษจำคุกหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกพิพากษาจำคุก 42 ปี คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งได้รับการอภัยโทษเรื่อยมาจนเหลือเพียง10ปี โดยได้ถูกพักโทษนอกเรือนจำหลังจากที่รับโทษมาแล้ว ประมาณ2ใน3ส่วนถูกพักโทษออกมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.นั้น เนื่องจากเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการพักโทษ แต่ต้องติดกำไลEM ตามเกณฑ์ที่ผู้อายุไม่เกิน70ปี วันนี้เดอะรูม 44 ขอย้อนเหตุการณ์ระบายข้าวแบบจีทีจูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่อาจส่งผลต่ออนาคต

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2558 อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก ในข้อหากระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือฮั้วประมูล พ.ศ. 2542 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อจัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) กรณีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งการยื่นฟ้องของอัยการสูงสุดได้ขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมดเป็นเงินกว่า 35,000 ล้านบาท ซึ่งค่าปรับนี้เป็นการคิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญารวม 4 ใน 8 ฉบับด้วย

 

ต่อมาวันที่ 8 พฤษภาคมปีเดียวกัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติถอดถอนนายบุญทรง, นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศออก

 

25 สิงหาคม 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ 42 ปีตั้งแต่นั้นมา ซึ่งเป็นการนำมาสู่การพิพากษาจำคุกนางสาวยิ่งลักษณ์ 5 ปี เนื่องจากไม่ระงับยับยั้งเหตุจนเกิดความเสียหายมหาศาลเข้าข่ายละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

 

สรุปแล้วคือกระบวนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี แท้จริงแล้วเป็นเพียงการนำข้าวมาเวียนขายให้กับคนในชาติเท่านั้น ทำให้เป็นเหมือนการเล่นละครบังหน้าว่ามีการขายข้าวให้ต่างประเทศโดยเป็นการทำสัญญาขายข้าวให้แก่รัฐวิสาหกิจจีนรวม 4 สัญญา อ้างว่าเป็นการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ และขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทำให้รัฐเสียหาย ความจริงเป็นการขายข้าวบางส่วนให้แก่พ่อค้าข้าวในประเทศ เพื่อไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐฯ อีกสิ่งหนึ่งคือโครงการรับจำนำข้าวเป็นวาทกรรมที่กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ทอดทิ้งให้นายบุญทรง ติดคุกอยู่เพียงผู้เดียวเนื่องจากกระแสข่าวในสมัยนั้นที่มีออกมาว่านายบุญทรงยกหูโทรศัพท์หานางสาวยิ่งลักษณ์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศ โดยได้รับคำตอบว่า “กำลังไป”

 

ทั้งนี้หลังจากนายบุญทรง ได้รับการพักโทษแล้วนั้น มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นการปูทางให้นายหญิง กลับมายังประเทศไทยหรือไม่ เนื่อจากเมื่อช่วงต้นปี2567 ศาลฎีกา ได้ยกฟ้องกรณีการจัดโรดโชว์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ให้ไม่มีความผิด และเรื่องที่นายบุญทรงซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของคดีโครงการรับจำนำข้าว เพราะหลังจากที่นายบุญทรงจำคุกนั้น ปปช.ได้กันนายบุญทรงไว้ให้เป็นพยานคนสำคัญสำหรับเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากคดีจำนำข้าว และการได้รับการพักโทษอาจเป็นการเคลียทางเพื่อไทยนางสาวยิ่งลักษณ์กลับมาประเทศไทยหรือไม่