닫기

ปกข่าวเว็บใหม่6

”อนุทิน“ประเดิมเวทีหาเสียงกทม.อ้อนคนกรุงเลือกภท. กาเบอร์ 37 ได้ “เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์”ขอโอกาสกลับไปทำงานเต็มรูปแบบเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ยันคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ทำทันทีหากได้กลับมาบริหาร 


วันที่ 8 ม.ค.ที่ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา เขตห้วยขวาง กทม. พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นำโดย 2 แม่ทัพกทม. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 และ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส. กทม.เขต 6 โดยจัด 2 เวทีย่อยได้แก่ ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนาและชุมชนบึงพระราม 9 ปากคลอง บ่อ 3 แต่ที่สร้างเซอร์ไพรส์ทีมหาเสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้ปรากฎตัวร่วมหาเสียง โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และนายอนุทิน ยังได้ขี่มอเตอร์ไชค์ด้วยตัวเองไปยังจุดปราศรัยที่ 2 โดยนายเอกนัฏ ซ้อนท้าย ถือเป็นการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงครั้งแรกในกทม.

ขณะที่นายอนุทิน ปราศรัยหาเสียงตอนหนึ่งว่า เที่ยวนี้ขอให้โอกาสพวกเรา คราวที่แล้วตนฝ่ากระแสไม่ได้  พี่น้องให้ความเมตตาพวกตนหน่อยเถอะ เราตั้งใจทำงานให้กับทุกคนจริงๆ ขอความมั่นใจว่า เที่ยวนี้พรรคภท.มีความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน อย่างมุ่งมั่น พวกเราอยากเหนื่อย อยากทำงาน อยากแก้ปัญหาให้กับประชาชน ช่วง 3 เดือนกว่าที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นแกนนำ ในฐานะที่เป็นนายกฯ ทุกคนเห็นว่าเราทำทุกอย่างในระยะเวลาที่เรามีให้เกิดผลสำเร็จให้มากที่สุด ทุกคนคงมีความพึงพอใจกับนโยบายคนละครึ่งพลัสที่เราทำให้ ขอยืนยันว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ก็จะเป็นนโยบายหลัก พรรคภท.จะเร่งดำเนินการให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทันที หลังการเลือกตั้งทั้งเฟส 2 เฟส 3 เฟส 4 เฟส 5 เฟส 6 เพราะอะไรที่เป็นความพึงพอใจของประชาชน ก็คือประกาศิตที่ทำให้พวกตนต้องไปทำงานให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะในรูปแบบไหนเราก็จะนึกถึงพ่อแม่พี่น้องเป็นลำดับแรก

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนเรื่องของบ้านเมือง ตนเชื่อว่าพวกเราทุกคนในที่นี้มีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดิน พวกตนยอมถวายหัว ตารางนิ้วเดียวก็ให้ใครไม่ได้ขอให้มีความมั่นใจ เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว เราไม่ได้เอาอะไรไปแลกเปลี่ยน เราไม่เสียอะไรเลย เราได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา ถือว่าที่พวกเราทำได้ เราจะไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ 

นายอนุทิน กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจ ชอบ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์หรือไม่ ตนไม่ใช่คนตั้ง แต่พี่น้องคือคนตั้ง โดยการใช้สิทธิ์ของท่านกาเบอร์ 37 ให้พวกเรา พวกเราทำอย่างอื่นไม่ได้ ไปที่ไหนก็พูดคืนคำไม่ได้เด็ดขาด ส่วนเรื่องการเงินการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ซึ่งคนละครึ่งพลัสก็มาจากคนนี้ เข้ามาปุ๊บพร้อมทำงานทันที ดำเนินนโยบายให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว เลือกเบอร์ 37 ก็จะได้ นายเอกนิติ กลับมา และมีคนดูแลด้านการต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยไม่เป็นรองใครคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เป็นวันที่พรรคภท.มีบุคลากรที่มาพร้อมทุกมิติ ภาคการเมืองก็มีพวกตนที่จะมาทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้อง

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้ตนพูดตรงๆ คือมาขอคะแนน และขอให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง พรรคภท.วันนี้เติบโตขึ้นมา และพยายามเติมเต็มสิ่งที่เคยขาด วันนี้ขอความเมตตา หากเลือกนายประเดิมชัย แต่ขอให้กาพรรคภูมิใจไทยด้วย พูดง่ายๆ “เลือกประเดิมชัย ได้อนุทินด้วย”

“วันนี้ผมรื้อเวทีการพูดไปเยอะ หวังว่าเดี๋ยวคงจะค่อยๆฝึก ผมถึงไม่ค่อยกล้าไปออกทีวีกับเขานี่แหละ เพราะพูดไม่ค่อยเก่งแต่รับรองว่าทำงานไม่แพ้ใคร และพอเป็นนายกฯ มันออกรสออกชาติเหมือนสมัยก่อนยังไม่เป็นนายกฯ ขึ้นเวทีผมพูดน้ำไหลไฟดับ แต่พอเป็นนายกฯ มันยังมีหมวกอยู่ เดี๋ยวงานเข้า เดี๋ยวทัวร์ลง“

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสของประชาชน ไม่ใช่โอกาสของตน และพรรคภท.ที่จะมี สส.คนแรกใน กทม. เท่านั้น แต่เป็นโอกาสของประชาชน ที่จะทำให้ตนได้มีบัญชาฟันฝ่าทำงานโดยไม่ต้องกังวลอะไรเลย ซึ่งตนเข้ามาทำงานให้กับประชาชน 3 เดือนมั่นใจว่าได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนหลายอย่าง ซึ่งประชาชนก็คงเห็นแล้วว่า พวกเราพูดแล้วทำจริงๆ และวันนี้สโลแกนพูดแล้วทำไม่พอ แต่เป็นพูดแล้วทำ พลัส ต้องทำเพิ่มไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ขอโอกาสกลับไปทำงานเต็มรูปแบบ เพราะคราวที่แล้วเป็นเสียงข้างน้อย แต่ถ้าเป็นรัฐบาลครั้งหน้าต้องเป็นเสียงข้างมากเท่านั้น จะได้มีความยั่งยืนยืดยาว เพื่อทำงานสานต่อให้ประสบความสำเร็จ ด้วยบุคลากรมืออาชีพ

“อนุทิน”ขอคะแนนคนกรุงเลือกภูมิใจไทยมากที่สุด มั่นใจเป็นทางเลือกที่เข้มแข็งวางบุคลากรมืออาชีพทำงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ได้สัมภาษณ์ภายหลังช่วยปราศรัยหาเสียงเป็นครั้งแรกในพื้นที่เลือกตั้งกทม.ว่า ตอนนี้เริ่มเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค พยายามจัดเวลาให้ได้มากที่สุด ส่วนมั่นใจหรือไม่กับการเจาะพื้นที่กทม.นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องบอกว่ามั่นใจทุกครั้ง แต่การตัดสินใจเป็นของประชาชน หน้าที่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ได้เกิดความมั่นใจ ว่าหากเลือกผู้สมัครของพรรคภท.แล้ว สิ่งที่ต้องการจะบังเกิดขึ้น และโชคดีว่าเที่ยวนี้พรรคภท.ได้มีโอกาสทำงานระยะเวลา 3 เดือน ก็ได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่พรรคมีความตั้งใจจะทำ ได้ทำอย่างสมบูรณ์แบบและรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ปราศจากข้อครหา ส่วนจะได้กี่พื้นที่อยู่ที่พี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่าจะเจาะพื้นที่ กทม. ได้สักเขตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นความมุ่งมั่นปรารถนาและไม่ใช่สักเขต แต่อยากได้มากที่สุด ก็อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น เชื่อใจ

ส่วนที่มีการโจมตีเรื่องนโยบาย นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่โจมตีนโยบายของพรรคอื่น ต้องถือว่าเป็นคนที่ไม่มีความปรารถนาดีต่อพี่น้องประชาชน นี่คือเหตุผลที่พรรคภท.ไม่เคยโจมตีนโยบายของพรรคอื่น ต้องให้ความเชื่อมั่นนโยบายของทุกๆ พรรค

“เพราะวันหนึ่งหากต้องมาทำงานด้วยกัน ต้องนำนโยบายของทุกพรรคมารวมกัน พี่น้องประชาชนก็จะยิ่งได้ประโยชน์ พื้นฐานของนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ต้องดีอยู่แล้วสำหรับประชาชน ไม่ควรโจมตีด้อยค่ากัน และควรใช้เวลาที่มัวแต่ไปโจมตีนโยบายพรรคอื่น ไปทำให้นโยบายของพรรคตัวเองได้รับเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนจะดีกว่า”

เมื่อถามย้ำว่า ในพื้นที่กทม.พรรคภท.จะขายนโยบายอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภท.มีนโยบายอยู่ 4 ภัย ก็ได้ออกนโยบายแล้ว และพรรคภท.กล้าประกาศวางตัวบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ เพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ทลายกำแพงที่บอกว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ ซึ่งหากเป็นพรรคบ้านใหญ่ใช้มืออาชีพขนาดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นแม้จะเป็นบ้านใหญ่ แต่ก็เป็นพรรคเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นอิทธิพลอะไรต่างๆ จะไม่มีผลเท่ากับการจัดคน ที่เหมาะเข้าไปทำงานหลังการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าหาเสียงแบบออร์แกนิก ได้เสียงสะท้อนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ออร์แกนิกก็ดีไม่มีปรุงแต่ง และก็ไม่มีสารพิษ สร้างความแข็งแรง ให้สุขภาพร่างกาย และสุขภาพร่างกายในเชิงประเทศ ออร์แกนิกก็คือ ความแข็งแกร่งของประเทศ ความแข็งแกร่งของประเทศก็มาจากความแข็งแกร่งของพี่น้องประชาชน เพียวๆ ขายกันตรงๆ แบบนี้

เมื่อถามว่า ไม่เคยได้ สส. ใน กทม. เลย จะอ้อนคนกรุงอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่อ้อน แต่ต้องขอกราบพ่อแม่พี่น้อง ชาว กทม. ทุกคน ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องต้องการคนทำงานพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นทางเลือกที่เข้มแข็งที่สุด ที่แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า เมื่อเราเข้ามาทำงาน ทำงานได้ด้วยความใจกว้าง ด้วยการให้เกียรติทุกๆ พรรค และด้วยการไม่ด้อยค่าใครเลย และด้วยความพยายามที่จะแสวงหาความเป็นมิตรความสงบสุข เพราะถ้านักการเมืองทะเลาะกันเองก็แสดงว่าคนไทยทะเลาะกันเอง เพราะนักการเมืองก็คือผู้แทนของราษฎร จะทะเลาะกันเองไม่ได้ ต้องสามัคคีกัน