สภาลงมติท่วมท้นไม่รับร่างประชามติของสว.
สภาฯลงมติท่วม348เสียง ไม่รับร่างประชามติของสว. ตั้งกมธ.ร่วม 28 คน หาทางออกใหม่ เพื่อไทย-ประชาชนจับมือค้านเกณฑ์เสียงข้างมาก2ชั้น แก้รัฐธรรมนูญ ฝั่งภูมิใจไทยหนุนร่างวุฒิสภา อ้างประชามติแก้รัฐธรรมนูญต้องได้รับความน่าเชื่อถือ
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ตามที่วุฒิสภาส่งคืนกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาจะเห็นด้วยหรือไม่ ภายหลังจากแก้ไขเนื้อหาเสียงการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญให้ยึดหลักเสียงข้างมาก 2ชั้น จากเดิมที่ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว โดยสส.พรรคเพื่อไทยและสส.พรรคประชาชนต่างอภิปรายคัดค้านเนื้อหาที่วุฒิสภาให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2ชั้น ในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญคือ 1.ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง 2.การผ่านความเห็นชอบต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
โดยมองเป็นอุปสรรคต่อการแก้รัฐธรรมนูญ มีความยุ่งยากต่อการใช้บังคับ อาทิ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าสนับเนื้อหาตามหลักการเดิมที่สภาฯเห็นความเห็นชอบไปแล้ว พรรคที่กลับไปกลับมาจะเสียหาย ขาดความศรัทธาจากประชาชนในการเลือกตั้ง เรื่องนี้ต้องคุยกันอีกรอบ เจรจากันให้ได้ เสียเวลาก็ช่าง การแก้รัฐธรรมนูญต้องระมัดระวัง เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมาก
ขณะที่สส.พรรคภูมิใจไทยอภิปรายสนับสนุนเนื้อหาตามที่สว.แก้ไขมา อาทิ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า มีความจำเป็นต้องใช้เสียงข้างมาก 2ชั้น แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ต้องได้รับความเชื่อถือ ที่ผ่านมาการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญมีผู้ออกมาใช้สิทธิเกิน 50% หลังจากที่สส. ได้อภิปรายจนครบถ้วน ลงมติเสียงข้างมาก 348เสียง ไม่เห็นด้วยร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติที่วุฒิสภาส่งคืนมา โดยมีงดออกเสียง 65เสียง จากนั้นได้ตั้งกมธ.ร่วม2สภา 28คน เป็นสัดส่วน สส.14 คน และสว.14 คน มาพิจารณาร่วมกันต่อไป
z-z1603487247937.jpg)