닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัั

“แดง-น้ำเงิน” แย่งชิงอำนาจไม่เห็นหัวประชาชน “อดุลย์” ถอดบทเรียน 11 ปีรัฐประหารทำประเทศเสื่อมถอย การเมืองห้ำหั่นกันเอง เสี่ยงเกิดรัฐล้มเหลว เปิดทางอำนาจนอกระบบ ทางออกนิรโทษกรรมสลายความขัดแย้ง



เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2568 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้ว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดรัฐล้มเหลว ไม่สามารถพัฒนาประเทศให้ก้าวทันโลกได้ ในภาวะที่โลกกำลังสู้กับสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ไทยไม่มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง  ภาคส่วนต่างๆแตกแยกห้ำหั่นกันเอง  ภายหลังการรัฐประหาร  22 พ.ค.57 จะครบ 11 ปี ประเทศชาติเสื่อมถอยแทบทุกด้าน เนื่องจากยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างบ้านเมือง รัฐราชการสมคบคิดกับกลุ่มทุนใหญ่  สร้างระบบอุปถัมภ์เข้มแข็งขึ้น ยิ่งทำให้กลุ่มทุนผูกขาดมั่งคั่ง การคอร์รัปชันกัดกินทุกวงการ กฎหมายไม่เข้มแข็งคนมีเส้นสายอยู่เหนือกฎหมาย ธุรกิจสีเทาขยายตัว ภาคประชาชนอ่อนแอ ถูกเอาเปรียบ  นักการเมืองแย่งชิงอำนาจกันเหมือนเดิม และใช้กลไกรัฐองค์กรอิสระที่ตนเองควบคุมได้เป็นเครื่องมือต่อรองทางอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง 


นายอดุลย์ กล่าวว่า สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมืองอย่างน่าเป็นห่วง หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 35 ญาติวีรชนพฤษภา’ 35  อโหสิกรรมกับทุกฝ่าย แล้วร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคม สร้างความรักสามัคคีของคนในชาติมาโดยตลอด  เมื่อมีเหตุขัดแย้งทางการเมืองขึ้นอีกและยังไม่คลี่คลาย ก็ความห่วงใยในสถานการณ์ที่ยังติดหล่มความขัดแย้งทางการเมือง อยากให้คนในชาติมีความรักสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อร่วมกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่เป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง ทั้ง 4 ฉบับค้างการพิจารณาอยู่ในสภาฯ เนื่องจากรัฐบาลเห็นความสำคัญกับเรื่องอื่นมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วหากความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่ยุติ การขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญก็เดินหน้าไปได้ยาก เป็นการจัดลำดับความสำคัญของภารกิจที่ไม่ถูกต้องไม่สอดคล้องกับสถานการณ์


นายอดุลย์กล่าวว่า ดังนั้นในวาระ 33 ปีเหตุการณ์พฤษภา’35 มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม และญาติวีรชนพฤษภา’35 จะร่วมผลักดันการนิรโทษกรรมอีกครั้ง เพื่อให้รัฐบาลเร่งพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับ ในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ 28-30 พ.ค. 68  เพราะช่วง 20 ปี ที่เกิดสงครามเสื้อสี มีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก  ประชาชนเสียสละมามากแล้ว แต่ประเทศชาติก็ยังไม่มีการปฏิรูปให้บ้านเมืองดีขึ้น  ยังไม่เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ทำให้เสียเวลา เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนาน  ปัจจุบันกลับเกิดสงคราม 2 ขั้ว ระหว่าง สีน้ำเงิน กับ สีแดง  พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย แย่งชิงอำนาจต่อรองกัน โดยไม่เห็นหัวประชาชน ถ้าบ้านเมืองยังมีความขัดแย้งเช่นนี้ ขณะที่โลกกำลังแข่งกันอย่างรุนแรง เศรษฐกิจจะพังพินาศ ประเทศชาติจะเกิดความระส่ำระสาย และเกิดรัฐล้มเหลวเปิดทางอำนาจนอกระบบเข้ามาอีก ขอเตือนไว้ก่อนว่าการเปลี่ยนต้องเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยเท่านั้น  จึงขอวิงวอนฝ่ายการเมืองหยุดแย่งชิงอำนาจโดยด่วนแล้วร่วมกันหาทางออกให้ประเทศชาติ และขอเชิญทุกฝ่ายมาร่วมเสวนาหาทางออกให้บ้านเมืองร่วมกัน


สำหรับเวทีอภิปรายสาธารณะ เนื่องในโอกาส 33 ปีเหตุการณ์พฤษภา 35 เรื่อง "ถึงเวลานิรโทษกรรมประชาชน สลายความขัดแย้งประเทศไทย" วันพุธที่14 พ.ค. 2568 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมธวัช บุรีรักษ์  ชั้น 12 ตึก 2 คณะสังคมศาสตร์ มศว.ประสานมิตร กล่าวเปิดโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์  ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมอภิปรายข้อเสนอโดย พะเยาว์ อัคฮาด  ญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์พฤษภา 53 นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม  ภรรยา พ.อ.ร่มเกล้า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมษาฯ 53  รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์  คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มศว ประสานมิตร ร่วมด้วยผู้แทนพรรคการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ผู้แทนจากพรรคเพื่อไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  พรรคประชาชน  นายนิกร จำนง  พรรคชาติไทยพัฒนา  นายธนกร วังบุญคงชนะ พรรครวมไทยสร้างชาติ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่  นายปรีดา บุญเพลิง พรรคกล้าธรรม 


สำหรับหนดการรำลึก 33 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันเสาร์ที่ 17 พ.ค.68 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน  ภาคเช้า เวลา 09.09 น.พิธีวางมาลา และรัฐพิธี สดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม  ตัวแทนองค์กรต่างๆ วางมาลา และกล่าวสดุดีวีรชน  พิธีกรรมทางศาสนา พระสงฆ์สวดอุทิศส่วนกุศล และถวายไทยทานวีรชนเดือนพฤษภา’ 35 ภาคบ่าย 13.00-16.30 น.  กิจกรรมพิเศษ Democracy Talk 33 ปีพฤษภา   Talk with May35  “93 ปีประชาธิปไตย 33 ปีพฤษภา 35 : ประชาธิปไตยต้องไปต่อ“ ณ ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ พบกับ  สรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์) สมภพ รัตนวลี (ติ่งข่าว)ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จอมขวัญ หลาวเพช็ร์  แขกรับเชิญพิเศษ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์.