“เอกนัฏ” แฉกลางสภาฯ ถูกตั้งค่าหัวย้ายรมต.300ล้าน หลังเข้มงวดแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรม
“เอกนัฏ” แฉกลางสภาฯ ถูกตั้งค่าหัวย้ายรมต.300ล้าน หลังเข้มงวดแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรม แจงสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี เพื่อลดปัญหาฝุ่นPM2.5 ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีเส้นแบ่งระหว่างพรรคการเมือง
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด ของนายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย สอบถามนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กรณีการปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี จ.อุดรธานี ที่มีการตั้งข้อสังเกตเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากโรงงานถูกสั่งปิดเพราะฝ่าฝืนรับซื้ออ้อยที่ถูกเผา ขณะที่พื้นอื่นที่มีอัตราส่วนการเผาอ้อยสูงกว่าจ.อุดรธานี แต่โรงงานไม่ถูกสั่งปิด โดยนายเอกนัฏชี้แจงว่า ยืนยันไม่มีการเลือกปฏิบัติ ตนทำหน้าที่รมว.อุตสาหกรรมไม่ใช่นั่งเฉยๆในห้องแอร์ แต่ลงพื้นที่ตรวจจับ และจัดระบบใหม่ในภาคอุตสาหกรรม ปัญหากากอุตสาหกรรม สินค้าด้อยคุณภาพนำเข้าประเทศ ถูกตนสั่งปิดและจับดำเนินคดีเด็ดขาด จนมีวางค่าตัว 200-300ล้านบาท เพื่อย้ายรัฐมนตรี แต่ไม่กลัวเพราะมีหน้าที่รักษาประโยชน์ส่วนรวม
นายเอกนัฏกล่าวว่า การปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีเป็นภารกิจรัฐบาล ช่วยลดฝุ่นPM 2.5 ปัญหาระดับประเทศ การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่มีเส้นแบ่งระหว่างพรรคการเมืองหรือรมว.กระทรวงใด เป็นภารกิจที่นายกฯให้ความสำคัญ และเป็นความตั้งใจของตนต้องการให้ลดการเผาอ้อย ล่าสุดพบอัตราการเผาที่ 11% ถือว่าต่ำสุด บางทีการตัดสินใจไม่ง่าย แต่ต้องช่วยกัน การแก้ปัญหามีต้นทุนที่ต้องจ่าย โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีที่ถูกปิดนั้น อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าตรวจสอบพบว่า มีการรับซื้ออ้อยเผาสูงสุดปริมาณ 4แสนตัน หรือ40% ถือว่าสูงสุดในประเทศ ขณะที่โรงงานอื่นไม่รับซื้ออ้อยเผาไม่เกิน 25% ปัญหาการไม่รับซื้ออ้อยเผาที่จ.อุดรธานี ตนช่วยแก้ปัญหา ทราบว่ามีการเคลียร์อ้อยที่ค้างการรับซื้อทั้งหมดแล้ว ส่วนที่พบมีอ้อยเน่าจะมีมาตรการเยียวยาต่อไป
z-z1603487247937.jpg)