닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“อี้ แทนคุณ” ร้องสภา เร่งติดตาม ”หมอบุญ“ กลับมาประเทศไทย เหตุเสียหาย 25,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตอิสระ หรืออี้แทนคุณ อดีตนักการเมือง เข้ายื่นหนังสื่อถึงนายคัมภีร์  ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้ทนราษฎร กรณีเร่งรัดให้ติดตามตัวผู้กระทำผิด กรณีนายเพทย์บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี ฐานฉ้อโกงประชาชน หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมากชักชวนให้ลงทุนแบ่งเป็นสองแบบคือ ใช้หุ้นของโรงพยาบาลเป็นหลักทรัพย์ค้ำผู้กู้และให้บริษัทโบคเกอร์ทำเอกสาร ค้ำภายหลังก่อนที่ นพ.บุญ จะถอนหุ้นออกไป และมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้มาตลอด30ปีจนถึงปัจจุบัน โดยให้มีการต่อสัญญาทุกปีกำหนดชำระทุกวันที่12 มิถุนายน และ12ธันวาคมและให้ชำระล่วงหน้าก่อนทุก1เดือน แต่ปีนี้เมื่อวันที่ 12ธันวาคมที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อชำระดอกเบี้ยให้กับผู้เสียหายกว่า500ราย รวมมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท 

กรณีต่อมาคือการให้ใช้เช็คแทนเงินสดค้ำประกัน โดยให้ดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปีแต่ไม่สามารถขึ้นเช็คได้ในวันที่ 12 ก.ค.67  ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างในการร่วมลงทุนว่าการจะสร้างศูนย์บำรุงสุขภาพขนาดใหญ่ 5 โครงการ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง  ซึ่งจากทั้งสองกรณีพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ โดยอายุสูงสุดที่ได้รับความเสียหายคืออายุ 90 ปีและมีหลายรายที่เคยเป็นลูกค้าหมอบุญ ที่เชื่อใจลองลงทุน รวมมูลค่าความเสียหายจากสองกรณีนี้และกรณีอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท   

นายแทนคุณ เผยว่า มีความประสงค์ให้ประธานสภานั้น ติดตามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานต่างประเทศ ในการประสานงานกับประเทศจีนซึ่งคาดว่าในเร็วๆนี้น่าจะมีการหลบหนีไปยังประเทศในทวีปยุโรป เนื่องจากน.พ.บุญ มีบ้านพักอยู่ที่นั้น โดยได้หลบหนีไปตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถติดตามตัวกลับมา และไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากนำตัวน.พ.บุญกลับมาประเทศไทยได้ก็จะสามารถช่วยเหลือตามเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้ รวมถึงขอให้สภานั้นได้นำหนังสือไปยื่นกับหน่วยงานยุติธรรม และจะให้หน่วยงานใด เป็น เจ้าภาพหลักในการดำเนินคดีนี้ไม่ว่าจะกรมสอบคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  กงบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือสืบนครบาล ซึ่งล้วนแต่เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพสูง และเป็นมืออาชีพในการดำเนินคดี จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตาม เนื่องจากประชาชนนั้นเกิดความวิตกในการติดตามเงินคืนกับผู้กระทำผิด เกิดความล่าช้าเนื่องจากผู้กระทำผิด มีเงินจำนวนมากและมีคอนเน็คชั่นส์จากฝ่ายการเมืองหลายฝ่าย ในการทำให้หลุดรอดคดี

ด้านนายคัมภีร์ กล่าวว่า วันนี้จะนำหนังสือยื่นต่อประธานสภา 2 ส่วนคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยื่นต่อกมธ.พิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากเข้าใจว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่มีอายุมากแล้ว และเข้าใจว่าคงต้องการใช้เงินในการดำเนินชีวิตต่อไปเนื่องจาก มูลค่ารวมความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาทจึงขอให้ประชาชนและสื่อได้ติดตามในเรื่องนี้ด้วย