닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“เทพไท” จับไต๋ VAT15% ไอเดีย “ทักษิณ” ชัวร์ หยาม “นายกฯอิ๊งค์” คิดไม่เป็น?

 


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2567 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปภาพและเสียงในสื่อโซเชี่ยลวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวคิดการขึ้นภาษีVAT 15% ของแกนนำรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในหัวเรื่อง “ขึ้นภาษีVAT แนวคิดทักษิณ?” มีใจความว่า จากกรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กระทรวงการคลัง มีแนวคิดจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10-15% ว่า เดี๋ยว นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นคนให้รายละเอียด และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนส่วนใหญ่กังวลว่า หากขึ้นภาษีดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เข้าใจ ๆ ถ้าฟังการให้สัมภาษณ์ของน.ส.แพทองธารแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านเศรษฐศาสตร์เลย จึงไม่กล้าแสดงความเห็น กลัวพูดอะไรไปจะเกิดความผิดพลาด กลัวจะเป็นประเด็นให้ถูกวิจารณ์ได้ จึงพยายามที่จะโยนภาระความรับผิดชอบ และการอธิบายรายละเอียดให้กับกระทรวงต่างๆทั้งหมด แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารภาพรวมของรัฐบาลทั้งหมด กลับไม่แสดงความเห็นอะไรเลย ทั้งที่น่าจะพูดในหลักการของเรื่องนั้นๆได้

 


ข้ออ้างการขึ้นภาษีแว็กซ์จาก 7% เป็น 15% ของกระทรวงการคลัง เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ก็ขอให้นางสาวแพทองธาร นำปากกามาวงได้เลยว่า ลดความเหลื่อมล้ำตรงไหนบ้าง การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ประชาชนทุกคนต้องรับภาระ ไม่ว่าคนจนหรือคนรวยที่จับจ่ายใช้สอย ก็ต้องรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มเท่ากัน ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำ ต้องยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับคนจน หรือคนมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผบักภาระให้คนชั้นกลางและคนรวยแบกรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มไป

 

“แนวความคิดการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในครั้งนี้ นายพิชัยคงไม่ได้พูดคุยกับนางสาวแพทองธารมาก่อน เพราะถ้าหากมีการคุยเรื่องนี้กัน นางสาวแพทองธารคงตอบคำถามได้บ้าง ในประเด็นหลักๆ และคงจะไม่ตอบผู้สื่อข่าวแค่คำว่า เข้าใจๆ จึงมีความเป็นไปได้ว่า แนวความคิดขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 15% น่าจะมาจากความคิดของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเคยพูดเรื่องการแจกเงินให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป บนเวทีหาเสียงนายกอบจ. อุดรธานีมาแล้ว หลังจากนั้นเพียง1วัน นายพิชัยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ขานรับทันที ดังนั้นนโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น15% ก็น่าจะเป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน ส่วนคำถามที่ผู้สื่อข่าวถามนางสาวแพทองธารว่า รัฐบาลชุดนี้จะนำนโยบายคนละครึ่งมาปรับใช้อีกหรือไม่ น.ส.แพทองธารไม่ตอบ บ่ายเบี่ยงโยนให้เป็นความเห็นของคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ และในทุกประเด็นคำถาม น.ส.แพทองธาร ก็อ้ำอึ้งตอบไม่ได้ พยายามตีกรรเชียง เบี่ยงเบนประเด็น ไม่ตอบคำถามเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความสามารถของน.ส.แพทองธาร

 


ถ้าหากยังบริหารประเทศในลักษณะเช่นนี้ ให้กระทรวงต่างๆเป็นอิสระ นายกรัฐมนตรีไม่สามารถตอบคำถามในภาพรวมของแต่ละนโยบายได้ การบริหารประเทศคงเป็นไปในลักษณะให้แต่ละกระทรวงทำงานกันไป ให้ข้าราชการประจำขับเคลื่อนนโยบาย โดยน.ส.แพทองธาร ลอยตัว ไม่ต้องตอบคำถามอะไรเพราะตอบอะไรไม่ได้เลย” นายเทพไท กล่าว