“เด็กโอกาสใหม่” ชู นโยบายกีฬา หาเสียง เพื่อ“โอกาสใหม่”ที่มากกว่าเกมกีฬาการแข่งขัน
“เด็กโอกาสใหม่” ชู นโยบายกีฬา หาเสียง เพื่อ“โอกาสใหม่”ที่มากกว่าเกมกีฬาการแข่งขัน แต่คือ อุตสาหกรรมใหม่ ยกสถานะสร้างงาน-สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่า กระจายรายได้ครบวงจร
วันที่ 30 มกราคม 2569 นายวรงค์ ทิวทัศน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคโอกาสใหม่ เบอร์44 โพสต์เฟซบุ๊คเกี่ยวกับนโยบายด้านการกีฬาของพรรค ว่า‘ผมไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาวงการกีฬา แต่เข้ามาเพื่อใช้ "กีฬา" ในการพัฒนาประเทศ และจะใช้ศักยภาพของกีฬาให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดต่อคนไทยทุกคนเราจะแก้ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำได้อย่างไร?เมื่อประเทศไทยยังติดอยู่ในอุตสาหกรรมเก่า ที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ต้นเหตุของค่าแรงต่ำ ไม่ใช่เพราะแรงงานไม่มีคุณภาพแต่เพราะ โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังยืนอยู่กับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ ผลิตสินค้าที่ “คนอื่นคิด เราผลิต” ก็ต้องแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานถูกเป็นหลักประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ได้โตด้วยค่าแรงต่ำ แต่โตด้วยนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มที่สูง’
นายวรงค์ระบุตั้งคำถามว่า ‘แล้วเราจะแก้ได้อย่างไร?
1) เลิกยึดติดโมเดลเศรษฐกิจแบบเก่าเราไม่อาจหวังว่าค่าแรงจะสูงขึ้นหากเศรษฐกิจยังพึ่งพาอุตสาหกรรมเดิม ที่แข่งขันแบบ “ถูกกว่า เร็วกว่า”ประเทศไทยต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ เราเป็นผู้สร้างมูลค่าเอง ไม่ใช่ผู้รับคำสั่งผลิตจากต่างชาติ
2) สร้าง “อุตสาหกรรมใหม่” ที่ไทยชนะได้จริง และโตได้ไวหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ โลกกำลังเติบโตเร็วที่สุด คือ อุตสาหกรรมกีฬา (Sport Economy) ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การแข่งกีฬา แต่คือ “ระบบเศรษฐกิจทั้งวงจร” เช่น กีฬาอาชีพ ,กีฬาเยาวชน ,Sports Tourism , Sport Tech ,คอนเทนต์กีฬาเสื้อผ้า-อุปกรณ์-นวัตกรรม ,การแพทย์กีฬา , Performance Lab ,สเตเดียมและอีเวนต์ , เกมกีฬา, VR, AR. อุตสาหกรรมเหล่านี้ คือ High Value Industry ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า การผลิตสินค้าเดิมหลายเท่า
3) ทำไมอุตสาหกรรมกีฬา ถึงเป็นจุดเปลี่ยนค่าแรงขั้นต่ำของประเทศ?
1. มูลค่าเพิ่มสูงกว่าอุตสาหกรรมเก่า 5–20 เท่า. การผลิตเสื้อกีฬา 1 ตัว กำไร OEM อาจได้ 3–5 บาท. แต่การผลิตเสื้อทีม–คอนเทนต์–ลิขสิทธิ์ ได้ 80–300 บาทต่อชิ้น
2. ใช้แรงงานฝีมือ – ไม่ได้ใช้แรงงานราคาถูก แรงงานต้องมีทักษะใหม่ เช่นการออกแบบ ,การตลาด ,กีฬา–สุขภาพการจัดอีเวนต์ ,ข้อมูลกีฬา (Sport Data) ซึ่งทั้งหมดนี้คือ กลุ่มงานที่ค่าแรงสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
3. ทำให้จังหวัด–ท้องถิ่น กลายเป็น “เศรษฐกิจฐานกีฬา (Sport Economy Hub)” นี่คือโมเดลที่สามารถสร้างงานรายได้ดีในพื้นที่ได้จริง เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูลกีฬา ,โค้ชเยาวชน ,นักกายภาพผู้จัดการอีเวนต์ ,ครีเอเตอร์คอนเทนต์
ทีมการตลาดและสปอนเซอร์ ,ทีมเมอร์ชันไดซ์
4. ดึงเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนได้มหาศาล โดยรัฐไม่ต้องใช้งบเยอะ
อีเวนต์กีฬา 1 ราย สามารถดึงผู้สนับสนุน–นักท่องเที่ยว–คอนเทนต์มากกว่างานรูปแบบอื่นหลายเท่า
4) ประเทศจะก้าวข้ามค่าแรงขั้นต่ำได้ เมื่อเปลี่ยนฐานเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ เพิ่มตัวเลขค่าแรง การขึ้นค่าแรงแบบเดิม = บังคับให้นายจ้างแบกรับ การสร้างอุตสาหกรรมกีฬา = ทำให้กิจการมีมูลค่าสูง จนจ่ายได้เอง นี่คือทางแก้ปัญหาค่าแรงที่ยั่งยืนและไม่กระทบธุรกิจ
“ประเทศไทยจะไม่มีทางก้าวข้ามค่าแรงขั้นต่ำได้. หากยังอยู่ในอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าให้คนอื่น ผลิตของที่คนอื่นคิด แล้วแบ่งกำไรเพียงเล็กน้อย. เราต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ที่เราเป็นผู้คิด ผู้สร้าง และผู้กำหนดมูลค่าเอง และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุด คือ อุตสาหกรรมกีฬา ทั้งนี้ กีฬาไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือระบบเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างงานคุณภาพ รายได้สูง กระจายสู่ทุกจังหวัด เมื่อประเทศไทยยืนอยู่บนเศรษฐกิจแบบใหม่ นายจ้างไม่ต้องถูกบังคับให้ขึ้นค่าแรง เพราะเขาจะ ‘ยอมจ่าย’ ให้กับแรงงานที่มีทักษะสูงโดยอัตโนมัติ กีฬาคือโอกาสใหม่ของประเทศไทย และคือคำตอบของการก้าวข้ามค่าแรงขั้นต่ำแบบเดิม” นายวรงค์ ระบุทิ้งท้าย
z-z1603487247937.jpg)