닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ยบยนข

“สรรเพชญ” เร่งจัดทำ 7 ข้อเสนอแก้ปัญหาซ้ำซากของ จ. สงขลา จ่อยื่นต่อ ครม. สัญจร 18 ก.พ. นี้ เร่งผบักดันเพื่อแก้ไขและพัฒนา ต่อยอดเพื่อหัวเมืองปักษ์ใต้ตอนล่าง




เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2568  นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า ตนได้ทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาซ้ำซากในพื้นที่จ.สงขลา โดยเตรียมยื่นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ในวันที่ 18 ก.พ. นี้


หลังลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนพบว่า หลายปัญหายังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวสงขลา จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยเร่งด่วนคือ  1.)ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ “อควาเรียมหอยสังข์” ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ล่าช้ามานานกว่า 16 ปี ใช้


งบฯไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ยังคงเป็นอาคารร้าง ไร้ความคืบหน้า ปัจจุบันอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตนใช้กลไกของรัฐสภาผลักดัน ทั้งการตั้งกระทู้ถาม การหารือในสภา และการทำหนังสือติดตามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลับไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน หากปล่อยให้โครงการนี้ค้างคา อาจกลายเป็น “อนุสาวรีย์แห่งการโกง” ที่สร้างความผิดหวังให้ชาวสงขลา    2.) “ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณห้าแยกน้ำกระจาย” เป็นพื้นที่รับน้ำจากเขาเทียมดา มีปัญหาการระบายน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ เกิดน้ำท่วมขังทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและทรัพย์สินของประชาชน 


ตนเสนอให้รัฐบาลเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและระบบระบายน้ำ บนทางหลวงหมายเลข 407 ตอน ควนหิน – เขารูปช้าง ระหว่าง กม.21+300 - กม.21+800 ระยะทาง 0.5 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหานี้   3.)ปัญหาการรับซื้อคืนเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ IUU” ส่งผลให้เรือประมงจำนวนมากต้องหยุดกิจการ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการรับซื้อคืนเรือประมงที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ชาวประมงสูญเสียรายได้และขาดความมั่นคงทางอาชีพ  ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้แก่ชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ 



นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า 4.)ปัญหาผลกระทบจากลิงในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนชาวสวนงขลา ทั้งการบุกรุกบ้านเรือน ทำลายพืชผลทางการเกษตร และก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการประชากรลิงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้โดยไม่เกิดปัญหา    5.)ปัญหาการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทที่ล่าช้า ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการโอนเงินเยียวยาดังกล่าวให้ประชาชนจำนวนมาก ที่รับผลกระทบ หลายครัวเรือนต้องนำทรัพย์สินไปจำนำ หรือกู้ยืมเงินมาซ่อมแซมบ้านเรือน เพราะหาเช้ากินค่ำ จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมโดยเร็วที่สุด
6.)การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองเก่าสงขลา และการแก้ไขปัญหาที่จอดรถ เพราะเมืองเก่าสงขลากำลังได้รับการผลักดันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก  แต่ยังขาดมาตรการส่งเสริมและพัฒนาที่เพียงพอ โดยเฉพาะปัญหาที่จอดรถ   และ7.)ผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub)”ของภาคใต้ตอนล่าง เพราะมีศักยภาพสูงด้านการค้าการลงทุน เชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยการดึงดูดสถาบันการเงินและบริษัทด้านการลงทุน ให้เข้ามาตั้งสำนักงานและให้บริการในระดับภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการเงิน เช่น ระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่สะดวกสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว หรือการยกระดับหาดใหญ่ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการเงิน เพื่อให้หาดใหญ่สามารถก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงินและการลงทุนที่สำคัญของใต้ตอนล่างอย่างยั่งยืน  ทั้งนี้ ชาวสงขลาต่างจับตาดูว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญและมีมาตรการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ หรือจะปล่อยให้เป็นเพียงแค่ข้อเสนอที่ถูกเก็บในแฟ้มอีกครั้งหนึ่ง