“อัจฉริยะ” จวก “อนุทิน” บริหารน้ำท่วมผิดพลาด ถ้าเป็นตนคงลาออก
โพสต์เมื่อ : 28 พ.ย 2568 เวลา 10:47 น.
“อัจฉริยะ” จวก “อนุทิน” บริหารน้ำท่วมผิดพลาด ถ้าเป็นตนคงลาออก เหน็บ “บิ๊กต่าย” ไม่ไปจัดการปัญหาเขต 8 มุ่งทำคอนเทนต์ลุยน้ำ ชี้โยกขรก.เซ่นน้ำท่วมเพียงหาแพะ
วันที่ 28 พ.ย. 2568 ที่กรมสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธาน ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่าตามอำนาจหน้าที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้นตามมาตรา6 ของกรมบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้นำเหล่าทัพต่างๆ ตามระเบียบต้องใช้ กรมบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นตัวบริหารจัดการ บริหารน้ำที่อำเภอหาดใหญ่ แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญต่อประชาชน แต่ไปมอบสิทธิ์ให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บริหารเหตุการณ์และตัวเองก็ผัดข้าวผัดนั้น ตนมองว่าในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นเรื่องที่การบริหารราชการของรัฐบาลเกิดจากความผิดพลาดวันนี้แทนที่ช่วยกันระดมพลเข้าไปเก็บร่างผู้เสียชีวิตที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองเทาสาธารณภัยกับกลายเป็นว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีก็ลงพื้นที่ไปก็ยังไม่มีการสั่งการใดๆให้มีการเร่งเก็บผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ลงไปเมื่อวานนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่ามีการยิงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในเขต 8 หลายครั้ง ซึ่งตัวเองมีหน้าที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องสั่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงควบคู่กับกู้ภัยในการดูแลความปลอดภัย แต่กลับไปเดินทำคอนเทนต์ไม่ได้มีเจตนาช่วยเหลือประชาชนจริง วันนี้แทนที่จะมาดูแลประชาชนหรือกู้ภัยที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ กลับมามุ่งหวังเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นหลัก และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ยังมีการผลักดันการเกษียณอายุราชการเพิ่มอีกห้าปีเป็นวาระเร่งด่วน เหมือนกับรับใบสั่งมาหรือไม่ในการที่จะให้พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการอีกห้าปี ถ้าเกษียณอายุราชการ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความน่าสงสัยและเป็นเหตุการณ์ที่แปลกในการบริหารจัดการของรัฐบาล
นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรีตนก็คงจะลาออก เพราะความชอบธรรมในการบริหารจัดการบริหารน้ำท่วมถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง หากเป็นต่างประเทศคงลาออกไปแล้ว แต่วันนี้นายกคงยังไม่รู้สึกอะไรเพราะเป็นคนที่ไม่สนใจใคร
เมื่อถามถึงกรณีที่ย้ายข้าราชการในจังหวัดสงขลาในอำเภอหาดใหญ่นั้นมองว่า อย่างไร นายอัจฉริยะกล่าวว่า เป็นการหาแพะ เพราะตอนนี้นายกรัฐมนตรีไม่รู้ว่าจะย้ายใครก็ย้ายนายอำเภอหาดใหญ่ เพราะหากไปดูนั้นกฎหมายของกองบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจะประกอบไปด้วยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงปลัดกระทรวงต่างๆ เพราะการย้ายผู้กำกับหาดใหญ่นั้นเป็นแพะซึ่งหากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงไปทำไมถึงไม่นำผู้บัญชาการภาคเก้าสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เขต 8 แต่ไปถ่ายรูปทำคอนเทนท์นั้นไม่ใช่หน้าที่ นายกก็ไม่ใช่หน้าที่ไปผัดข้าวเพราะมีหน้าที่บริหารจัดการตามกฏหมายจึงเข้ากำกับดูแลสถานการณ์
วันนี้ศพเต็มหาดใหญ่ตนอยากถามว่าใครรับผิดชอบอย่างไรกับชีวิตของประชาชน ตนก็เป็นคนใต้ก็ส่งเรือไปช่วยเหลือจนสถานการณ์เริ่มลดลงแล้ววันนี้ก็จะมีการส่งต่อเรือไปยังจังหวัดสตูล นายกรัฐมนตรีเป็นนายกฯแต่ไม่บริหารจัดการ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อสดสงสัยว่าในเขตแปดนั้นมีเรื่องอิทธิพลเถื่อนด้วยหรือไม่นั้น นายอัจฉริยะกล่าวว่า มันก็ไม่มีใครเพราะทุกคนเก็บสวยหมดเลยเพราะภาคใต้ตำรวจมีการเก็บส่วยโดยเฉพาะจังหวัดสงขลาเป็นเมืองที่เก็บส่วยมานานแล้วอย่างที่ตนเคยอภิปรายไปที่คณะกรรมธิการความมั่นคงฯ ในเขตแปดทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่ของใครดังนั้นการย้ายผู้กำกับเมืองหาดใหญ่นั้นตนมองว่าน้อยไป ทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบโดยตรงถึงไม่สั่งย้าย หรือนายกเทศมนตรีเมืองหาดใหญ่ที่รับประกันว่าไม่มีน้ำท่วม ถ้าจะเอาผิดก็เอาผิดได้ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีมาเลยจนถึงผู้นำเหล่าทัพและปลัดกระทรวงทุกกระทรวง
z-z1603487247937.jpg)