“จิราพร” ให้ตั้งคกก.ล้อมคอกกันซ้ำรอย “ออปโป้-เรียลมี” ติดตั้งแอปพลิเคชัน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากปชช.
โพสต์เมื่อ : 15 ม.ค 2568 เวลา 18:0 น.
“จิราพร” ให้ตั้งคกก.ล้อมคอกกันซ้ำรอย “ออปโป้-เรียลมี” ติดตั้งแอปพลิเคชัน โดยไม่ได้รับความยินยอมจากปชช.เพื่อแก้ปัญหาให้ครบทุกมิติ เอาผิดหากพบปล่อยกู้คิดดอกเบี้ยเกิน 15%
วันที่ 15 ม.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือกรณีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อออปโป้ และยี่ห้อเรียลมี ซึ่งมีติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้มาจากโรงงานผลิต ว่า จึงได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหาข้อสรุปข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น ภายหลังจากจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และตำรวจสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้มีการเชิญทั้ง 2 บริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเมื่อวันที่ 13 และ14 ม.ค.ที่ผ่านมา
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีความเห็นว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้ครบทุกมติ ตั้งแต่การตรวจสอบการติดตั้งแอปพลิเคชั่นโดยที่ผู้ใช้บริการไม่ได้ยินยอม การหาเจ้าภาพจะจัดทำกฏหมายเพื่ออุดช่องโหว่และป้องกันเชิงรุก ไม่ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับความยินยอมจากประชาชน และละเมิดสิทธิส่วนบุคคคล เพราะเท่าที่ประมวลผลกันเรายังไม่มีกฏหมายหรือมาตรการใดไปบังคับให้ถอนแอปพลิเคชันออกได้ทันที เป็นการขอความร่วมมือจากบริษัททั้งสองแห่ง ในส่วนการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แม้แต่ กสทช.ก็ไม่มีกฏหมายใดไปตรวจแอปพลิเคชันที่ติดมากับมือถือได้ มีอำนาจตรวจสอบเฉพาะฮาร์ทแวร์ และหน่วยงานอื่นๆก็ไม่มีกฏหมายเข้ามาตรวจสอบเชิงรุกประเด็นนี้ได้
อย่างใรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ได้ประสานบริษัทมือถือเพื่อถอนแอปพลิเคชันนั้นออก ซึ่งทั้งสองบริษัทจะแจ้งผลในวันที่ 16 ม.ค.จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งดูแลกฎหมายอนุญาตการประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ในกรณีที่แอปพลิเคชันที่ติดตั้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และมีประชาชนกู้เงินและถูกคิดดอกเบี้ยเกิน 15% จะถือว่ามีความผิด ซึ่ง ธปท.จะเป็นเจ้าภาพคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบโดยจะนำตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันตรวจแอปพลิเคชันในเชิงรุก
“ เบื้องต้นที่ตรวจสอบพบว่า แอปฯ Fineasy เป็นแพลตฟอร์มที่โฆษณาแอปฯเงินกู้ ไม่ได้ปล่อยกู้โดยตรง แต่มีบริษัทปล่อยกู้มาโฆษณา ส่วนแอปฯสินเชื่อความสุข เป็นแอปฯปล่อยกู้เลย ไม่ได้ขออนุญาตจาก ธปท.จะให้ผู้เสียหายมาให้ข้อมูล หากปล่อยกู้เกิน 15% ก็ผิดกฎหมายจะประสานตำรวจดำเนินการต่อ และติดตั้งแอปฯโดยไม่ได้รับความยินยอม ถือว่าทางบริษัทผู้จำหน่ายมือถือมีส่วนสนับสนุนกระทำความผิดเช่นกันก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับเป็นหลักล้านบาท“
ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบสามารถมาร้องเรียนกับ สคบ.ที่จะช่วยดูแลความเสียหายทางแพ่งให้เพื่อประสานดำเนินคดีต่อไป และตำรวจบก. ปคบ.ก็พร้อมรับเรื่องที่ประชาชนได้ร้องเรียนจากสภาคุ้มครองผู้บริโภค และดูการคุ้มครองทางอาญาต่อไปด้วย
z-z1603487247937.jpg)