닫기

ยตยตจ

“หมอวรงค์” ปราศรัยเดือด! ชี้พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรม จี้ยุบสภา-หยุดเกมอำนาจ ย้ำหากแตะมาตรา 112 ประชาชนไม่ยอมแน่



เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 31 ส.ค.68 ที่เวทีการชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ขึ้นเวทีปราศรัยแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤติจากพฤติกรรมของพรรคการเมืองบางพรรคที่ยังดำเนินการภายใต้สิ่งที่เขาเรียกว่า “ระบบทักษิณ” ซึ่งเขามองว่าได้หมดความชอบธรรมไปแล้ว

นพ.วรงค์ กล่าวว่า หากเปรียบกับการแข่งขันฟุตบอล พรรคเพื่อไทยถือว่าได้รับใบเหลืองสองครั้งแล้ว และควรถูกให้ออกจากการแข่งขันทางการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่านายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไปในการดำรงตำแหน่งหรือมีบทบาททางการเมือง เพราะมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มอำนาจเก่า

“การใช้อิทธิพลทางการเมืองผูกพันกับต่างชาติ ความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทหารและประชาชน เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ ยังกล่าวอีกว่า ประชาชนควรมีสิทธิแสดงออกอย่างชอบธรรมเพื่อปฏิเสธระบบการเมืองที่ไม่โปร่งใส และขอให้จับตาการเคลื่อนไหวในช่วงวันที่ 9 กันยายน โดยเชื่อว่าบุคคลบางรายอาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางการเมืองและกฎหมาย

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับพรรคการเมืองอื่นที่มีบทบาทเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย โดยวิจารณ์ว่า ทั้งสองพรรคกำลังเล่นเกมการเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศชาติ

นพ.วรงค์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเฉพาะหากมีการแนบเงื่อนไขเรื่องการนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนส่วนใหญ่

“หากการจัดตั้งรัฐบาลต้องแลกมากับการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ผมเชื่อว่าประชาชนจะลุกขึ้นมาแสดงออกอย่างแน่นอน” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของสภาสูง (วุฒิสภา) ในปัจจุบัน โดยชี้ว่ากลไกการแต่งตั้งอาจทำให้เกิดความเอนเอียงทางการเมือง และไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกลางได้อย่างแท้จริง วันนี้เรากำลังเห็นวุฒิสภาบางส่วนทำหน้าที่ในลักษณะคล้าย ‘สภาครอบครัว’ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย

นพ.วรงค์ ยังเสนอว่า ประเทศควรพิจารณาทบทวนโครงสร้างประชาธิปไตย โดยเปรียบเทียบกับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่น อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยมองว่าไทยสามารถดำเนินตามแนวทางดังกล่าวได้ โดยที่สถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเป็นหลักของชาติ

ในช่วงท้าย นพ.วรงค์ กล่าวว่า หากนายภูมิธรรม หรือพรรคใดก็ตามมีความมั่นใจในความชอบธรรมของตน ก็ควรเสนอให้มีการยุบสภา เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งใหม่