นวดบิดคอ หวั่น! กระทบซอฟพาวเวอร์ หลังเกิดปม “ผิง ชญาดา”
การนวดแผนไทยเป็นอีกหนึ่งซอฟพาวเวอร์ของคนไทย ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของภูมิปัญญาคนในอดีต
แต่ภายหลังจากที่มีกรณี “ผิง ชญาดา” นักร้องลูกทุ่งหมอลำสาวชาว ต.บ้านแดง อ.พิบูลรักษ์ จ.อุดรธานี ไปนวดคอ บ่า ไหล่ ที่ร้านนวดแผนโบราณ ริมสวนสาธารณะหนองประจักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี 3 ครั้ง มีการหักคอ 2 ครั้ง ทำให้แขนและขาชา ป่วยเป็นอัมพาต นอนติดเตียงเป็นเจ้าหญิงนิทรา ก่อนเสียชีวิตเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.67) ทำให้เรื่องนี้ขาดความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการ ทั้งคนไทยและต่างชาติ
ขณะที่นายสุกษม อามระดิษ นายกสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าตนเองมีความกังวลมาก หากสื่อนำเสนอเรื่องนี้ในทางลบมากเกินไป จะส่งผลกระทบกับผู้ที่ประกอบอาชีพเพราะการนวดไทยเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของคนไทยที่ได้รับความนิยมมากกับชาวต่างชาติ รวมถึงมีหมอนวดบางคนก็ไปทำงานต่างประเทศ หลายหมื่นคน อาจส่งผลกระทบทำให้ไม่มีใครกล้าใช้บริการ และอาจตำหนิดูถูก ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยอีกด้วย
นอกจากนี้ การนวดบิดคอไม่ได้มีในตำราการนวดแผนไทย แต่เป็นเรื่องไคโรแพรคติก (Chiropractic) ตำราของหมอฝรั่ง ไม่ใช่ของคนไทย ทั้งนี้การนวดบิดคอยังอยู่ในหมวดข้อห้ามและข้อระวัง
อย่างไรก็ตามนายกสมาคมแพทย์แผนไทย ยืนยันว่าสมาคมหมั่นพัฒนาให้ความรู้ กับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ ตลอดไปจนถึงการเพิ่มเติมความรู้ เช่น เมื่อผู้ที่เปิดกิจการนวดประกอบอาชีพแล้ว จะมีการให้สอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน แต่กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นการนวดนอกตำรา เปรียบเทียบเสมือนข้าราชการที่ไปทำการทุจริต ที่ส่อให้เห็นว่าเป็นการปฎิบัตินอกหน้าที่ ซึ่ง ขณะนี้สาธารณสุขจังหวัด ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นพบว่าหมอนวดคนดังกล่าวได้ลาออกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ด้านนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า หากการนวดบิดคอไม่ได้อยู่ในตำรา นั้นต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง เพราะหากการนวดบิดคอไม่ได้อยู่ในตำราแล้วนำมาใช้กับผู้ให้บริการถือเป็นการกระทำที่ผิด แม้จะกลายเป็นการกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องว่าไปด้วยข้อกฎหมายอีกครั้ง
ทว่าแล้ว การขับเคลื่อนนวดแผนไทย จะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ ตลอดไปจนถึงการประกอบอาชีพ และผู้ใช้บริการ จะมีกระแสตีกลับหรือไม่ ต้องรอติดตามกันอีกครั้ง
z-z1603487247937.jpg)