닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก-Recovered-Recovered1

“สุริยะ” กั๊ก พท.จับมือภท. หลังเลือกตั้งครั้งหน้า รอดูคะแนนพรรคร่วมเดิมก่อน ชี้ เสียงปริ่มน้ำทำให้รัฐบาลสามัคคีมากขึ้น ปัด “ทักษิณ”พูดครอบงำ แค่แชร์ประสบการณ์

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศในวงดินเนอร์จะจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันไปจนถึงหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า สิ่งที่นายทักษิณพูด ก็เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคอยากจะจับมือกันอยู่แล้ว ซึ่งปกติหลังการเลือกตั้งพรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็คิดที่จะจับมือกันกับรัฐบาลเดิมเป็นอันดับแรก หัวหน้าพรรคทุกพรรคก็คิดเช่นนั้น ดังนั้น สิ่งที่นายทักษิณพูดไม่ใช่เรื่องแปลก

 

เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้เหมือนเป็นการตัดพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ออกจากสมการ ไม่สามารถจับมือกันได้ในอนาคตแล้วใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ปกติภายหลังการเลือกตั้ง เราก็จะมาดูผลแพ้ชนะว่าเป็นอย่างไร หากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือกันแล้วได้เสียงเกินไปเยอะ ก็ไม่จำเป็นต้องหาเสียงจากพรรคฝ่ายค้านเดิมมาร่วม แต่หากไม่เพียงพอ ก็ต้องไปพูดจากัน

 

เมื่อถามว่า ครั้งนี้จำนวนเสียงปริ่มน้ำ นายทักษิณขอให้ทุกพรรคสามัคคีและจับมือกัน โดยเฉพาะการดูแลเสียงในสภา ที่เคยทำหน้าที่เมื่อ 51 ปีที่ผ่านมา ทำบัญชีเพื่อประสานกับ สส.ซึ่งคนอาจจะมองว่าเป็นการจ่ายเงินจ่ายทองหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า คงไม่ใช่ การที่มีเสียงปริ่มน้ำ จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรครู้ดีว่าจะต้องมีความสามัคคีกันให้มากขึ้น ขณะเดียวกันถ้าเสียงเกินไปพอประมาณ ก็อาจทำให้มีการประมาท และอาจทำให้เป็นปัญหามากกว่าเสียงปริ่มน้ำก็ได้

 

เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณมาพูดในงานของพรรคร่วมรัฐบาล อาจทำให้มีผู้ไปร้องว่าเป็นการครอบงำรัฐบาล นายสุริยะ กล่าวว่า เท่าที่ตนฟังดู ก็ไม่เห็นมีตรงไหนที่เป็นการครอบงำรัฐบาล เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องพรรคร่วมรัฐบาลที่จะตัดสินใจ นายทักษิณคงไม่สามารถบังคับพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่พรรคพท.ได้ เพราะทุกพรรคก็มีกรรมการบริหารพรรคดำเนินการอยู่ แต่การที่ท่านมาพูด เพราะเป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ จึงมาแชร์ให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบ

 

เมื่อถามว่า นายทักษิณประกาศว่าได้ลูกมาเป็นนายกรัฐมนตรี และได้พ่อมาช่วยงานด้วย ทำให้แยกเรื่องการครอบงำไม่ได้ นายสุริยะ กล่าวว่า ความเป็นพ่อลูก การมาพูดคุยกัน มาแชร์ประสบการณ์กัน เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่ได้มีเรื่องการครอบงำแต่อย่างใด