“ร่มธรรม” ยื่นแล้ว กฎหมายโลกร้อน ต้องมีกลไกจัดการภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ
โพสต์เมื่อ : 19 ธ.ค 2567 เวลา 19:3 น.
“ร่มธรรม” ยื่นแล้ว กฎหมายโลกร้อน ต้องมีกลไกจัดการภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ บริหารจัดการน้ำแล้ง-น้ำท่วม แบบครบวงจร
วันที่ 19 ธ.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า จากปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในปีนี้ปีเดียวประเทศต้องเผชิญทั้งภัยร้อน ภัยแล้งที่รุนแรง อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น และเผชิญกับฝนตกหนัก และน้ำท่วมอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของไทย ด้วยสภาพอากาศที่สุดขั้วเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนและเศรษฐกิจของไทยมหาศาล โดยเฉพาะประเทศไทยพึ่งพาภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว ทำให้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก และจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ตนจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)บริหารจัดการภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายมาควบคุมบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นตัวการสำคัญในการก่อภาวะโลกร้อนและโลกรวน และเพื่อเป็นเครื่องมือในการเพิ่มความสามารถของประเทศในการรับมือ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในความตกลงปารีส (Paris Agreement)
“โดยร่างกฎหมายดังกล่าว มีกลไกที่สำคัญหลัก 6 ประการ คือ 1.)การกำหนดเป้าหมายการบริหารจัดการภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.)การใช้ระบบคณะกรรมการเพื่อมากำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการให้เกิดการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ 3.)การจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินการบริหารจัดการภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกองทุนนี้มีไว้เพื่อสนับสนุนประชาชน ชุมชนและองค์กรต่างๆ ในการลดการปล่อยการกระกระจก รวมถึงเพิ่มความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะทำให้สามารถนำเงินสนับสนุนจากนานาประเทศเข้ามาสนับสนุนในกองทุนนี้ได้ 4.)การใช้มาตรการให้องค์กรต่าง ๆ ต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กักเก็บ และดูดซับการเรือนกระจก เพื่อให้เกิดความโปร่งใส 5.)การใช้กลไกในการลดการปล่อยคาร์บอน เช่นภาษีคาร์บอน และคาร์บอนเครดิต เพื่อให้เกิดการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน
6.)การปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะเห็นได้จากปัจจุบันและในอนาคตปัญหาภาวะโลกรวนจะยิ่งทวีความรุนแรง ร้อนขึ้น แล้งขึ้น ฝนหนักขึ้น และท่วมหนักขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการคาดการณ์ผลกระทบ และต้องมีแผน มีมาตรการในการรับมือ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด“ นายร่มธรรม
นายร่มธรรม กล่าวต่อว่า ขอณะนี้กระทรวงทรัพยากรฯนำโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. และหัวหน้าพรรคปชป. ให้ความสำคัญกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงจัดทำร่างพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติโดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) และกฤษฎีกาได้พิจารณา ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาในสส.ในลำดับต่อไป จึงขอให้รัฐบาล สส. สว. หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง และพี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว หวังว่าร่างกฎหมายนี้จะได้รับการพิจารณาในสภาฯโดยเร็ว เพื่อให้เกิดกลไกที่แก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นระบบ และลดผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศไทย
z-z1603487247937.jpg)