“สุรพงษ์” เผยเสนอ 4 เรื่องทำต่อ หลังหารือนายกฯ
“สุรพงษ์” เผยเสนอ 4 เรื่องทำต่อ หลังหารือนายกฯ เร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันธิรกิจไทยรุกตลาดต่างประเทศ
วันที่ 26 ก.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือในช่วงเช้าที่ป่านมา ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทีมที่ปรึกษา ที่ได้ตอบรับมาร่วมเป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้ เพราะทุกคนล้วนผ่านประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินทั้งสิ้น สะสมความรู้ความสามารถ โดยนายกฯ พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะทุกอย่าง และขอให้นำเสนอความเห็นอย่างตรงไปตรงมา การเสนอเพื่อทำให้การกำหนดนโยบายได้รับข้อมูลที่รอบด้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ปรึกษาทั้ง 5 คน ได้เสนอแนะบทบาทที่จะทำต่อไป สรุปได้เป็น 4 เรื่องดังนี้
1. ที่ปรึกษาทั้ง 5 คนมีประสบการณ์ในการทำงาน ทั้งในเชิงนโยบายหรือมีส่วนในการขับเคลื่อนกิจการต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา ทุกคนจึงมีการเสนอแนะอย่างไม่จำกัดในด้านที่ตัวเองเชี่ยวชาญ แต่ในขณะเดียวกันก็มีการพูดว่า แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องใด และคิดว่าจะขับเคลื่อนเรื่องนั้นเป็นพิเศษ เช่น นายธงทอง จันทรางศุ มีความสนใจเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ การทำให้ระบบราชการง่ายต่อการรับใช้ประชาชน ง่ายต่อการสนับสนุนภาคธุรกิจเอกชน สามารถที่จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน เป็นอดีตผู้พิพากษา จึงคิดว่าจะดูเรื่องกฎหมายต่างๆ ให้กฎหมายที่มีอยู่สามารถเอื้ออำนวย ในการขับเคลื่อนระบบราชการ และการทำงานต่างๆของรัฐบาลได้ให้เกิดประสิทธิภาพ ส่วนนายศุภวุฒิ สายเชื้อ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ มีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจภาคเอกชนมาก่อน และตอนนี้เป็นประธานสภาพัฒน์ฯ จึงได้มีการนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศได้ สำหรับนายสุรพงษ์ ที่ผ่านมาได้ทำงานในเชิงของสาธารณสุขและซอฟพาวเวอร์ จึงสนใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลอย่างจริงจัง สุดท้ายนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านการเมือง มีประสบการณ์นำเสนอนโยบายมาอย่างช้านาน กับหลายนายกรัฐมนตรี มีประสบการณ์เกี่ยวกับการมองเห็นภูมิทัศน์ของโลกและของต่างประเทศ รวมทั้งการส่งเสริม SME เพื่อทำให้เกิดการสร้างรายได้ ไปถึงระดับฐานราก จึงเป็นบุคคลที่จะมองเห็นภาพรวมทั้งหมดในการทำงานร่วมกับที่ปรึกษาคนอื่น
2. นอกเหนือจากนั้นที่ปรึกษาทั้ง 5 คนมีความรู้ความเชี่ยวชาญที่มารวมกันเพื่อพิชิตองค์รวมเห็นภาพรวม แต่สิ่งที่เราคิดกันมาคือจะทำอย่างไรให้เรารวบรวมองค์ความรู้ ความคิดเห็น จากภาครัฐและภาคเอกชนให้กว้างขวาง ฉะนั้น บ้านพิษณุโลก โลกจะเป็นที่ทำงานของทีมที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี จะมีการเชิญผู้ที่รับผิดชอบในทางภาคราชการและภาคเอกชน รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่เล็กจนถึงใหญ่มาประชุมเพื่อปรึกษาหารือกัน และนำเสนอเพื่อกำหนดเป็นนโยบายต่อไป ฉะนั้นความร่วมมือ ระหว่างที่ปรึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน จึงเป็นความร่วมมือที่สำคัญมาก
3. คิดว่าวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการดึงพลังสมอง เราไม่คิดเพียงแค่ว่าจะทำอะไร แต่ต้องคิดด้วยว่าเราจะทำอย่างไร เพราะเชื่อว่าวันนี้การขับเคลื่อนเรื่องที่ยาก จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรากำหนดออกมาเป็นแผนอย่างชัดเจน มีแนวทางการทำงานที่สอดคล้อง และขับเคลื่อนองคาพยพของระบบราชการทั้งหมด รวมถึงระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ให้ขับเคลื่อนไปได้
4. การประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับทีมที่ปรึกษา จะมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ ร่วมมีโอกาสพูดคุยนำเสนอ ว่าในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป มีการรวบรวมเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายที่น่าสนใจ และแลกเปลี่ยนกันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิด ผลลัพธ์ชัดเจนว่า จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
นอกจากนี้ ทีมที่ปรึกษาได้บอกข้างต้นไปว่ามีอะไรบ้างสำคัญ ที่น่าจะเริ่มต้นศึกษาอย่างจริงจัง โดยเรื่องแรกที่มีการพูดคุย เกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้มีการนำเสนอแนวคิดเบื้องต้นแล้ว เรื่องที่สองที่มีการพูดคุยกัน คือการมีมาตรการแก้หนี้ที่ได้ผล ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การมองเรื่องการแก้หนี้โดยสนับสนุนเงินอย่างเดียว เพราะมองว่าการแก้หนี้ที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คนเป็นหนี้มีรายได้ได้ จึฃมองว่า มาตรการที่จะทำให้มีรายได้เป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งได้มีการพูดคุยในการเบื้องต้นแล้ว และคิดว่าจะเป็นแนวทางที่น่าสนใจนำไปสู่การแก้หนี้ได้ในอนาคต
เรื่องสุดท้ายที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ คือ การจะทำอย่างไร ให้SME และภาคธุรกิจของไทย สามารถรุกไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างจริงจัง หรือมีมาตรการอะไรที่จะทำให้การขายสินค้า และผลิตภัณฑ์ บริการบริการต่างๆ สามารถเจาะตลาดต่างประเทศได้ เราคิดว่า มีมาตรการหลายอย่างและเป็นจิ๊กซอว์ตัวที่หายไป ในการทำนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้มีการมองเรื่องนี้อย่างจริงจัง
z-z1603487247937.jpg)