“โรม” กังวลรัฐบาลไทยส่งอุยกูร์ไปจีน หวั่นซ้ำรอยละเมิดสิทธิมนุษยชน
“โรม” ห่วง วิกฤติสาธารณสุขชายแดน หลัง “อเมริกา” ตัดงบ หวั่น ไร้ที่ลี้ภัยกระทบไทย กังวลรัฐบาลไทยส่งอุยกูร์ไปจีน หวั่นซ้ำรอยละเมิดสิทธิมนุษยชน-ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะกมธ.ความมั่นคง ฯ จะมีการหารือในเรื่องของมิติความมั่นคงเงินช่วยเหลือของสาธารณสุขบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ว่า ปัจจุบันเป็นวิกฤติที่หนักมาก หลังจากที่นโยบายของสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนไปสิ่งที่ตามมาคือมีคนจำนวนมากลี้ภัย จากหลาย 10 ปีก่อนได้มาอยู่ในค่ายตามแนวชายแดนที่มีอยู่ทั้งหมด เงินเหล่านี้ก็มาจากสหรัฐอเมริกาและสัดส่วนก็น่าจะเกินกว่าครึ่ง ดังนั้นเงินในส่วนนี้กำลังจะหมดหมายความว่าปัญหาเรื่องสาธารณสุขต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามแนวชายแดนมันจะกลายเป็นวิกฤติแน่นอน เมื่อเกิดวิกฤติคนเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่ในค่ายอีกแล้ว จะกลับไปที่ประเทศเมียนมาก็กลับไปไม่ได้ เพราะมีบางส่วนที่จำไม่ได้เพราะฉะนั้นเราต้องหาแนวทางที่จะรับมือเพราะจะมีการจัดการอย่างไร ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นปัญหาอย่างอื่นที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการหลบหนีจากค่ายซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ไม่มีชื่อในระบบ
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ตนพยายามที่จะพูดคุยกับหน่วยงานรัฐถึงความพร้อมของมาตรการที่จะรองรับในการช่วยเหลือ หรือจะมีการดึงประเทศอื่นมาได้หรือไม่ในเรื่องของการทดแทนเรื่องงบประมาณต่าง ๆ ที่ทางการสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีการจ่ายเงินแล้ว ในส่วนนี้คงต้องมีการมาพูดคุยกันรวมถึงมีหลายกำหนดการที่ต้องดำเนินการ แต่สำคัญคือเราไม่อยากให้เป็นภาระต่อประเทศไทย ซึ่งก็ต้องหาวิธีการกันต่อไป
เมื่อถามอีกว่าในฐานะที่เป็นประธานคณะกมธ. ในการเชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจงในวันนี้ คาดว่าจะต้องพูดคุยกันก่อนแต่ก็มีข้อเสนอแนะตนคิดว่าวันนี้ถ้าเราดูปัญหาของประเทศไทยที่จริงก็มีทั้งพวกแรงงานที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศตนคิดว่าต้องดูเหมือนกันว่ามีจุดไหนที่อาจจะอยู่คนละครึ่งทางซึ่ง เพราะคนเหล่านี้แทนที่จะต้องรอเงินจาก NGO หรือต่างประเทศจะมีวิธีการไหนบ้างที่ทำให้ทำงานได้แต่ต้องไม่กระทบงานคนไทย เพื่อไม่ให้สุดท้ายเป็นปัญหาที่ทำให้คนเหล่านี้ดิ้นรนและหนีไปอยู่ที่อื่น ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจต่างๆ ตนมองว่ามีหลายวิธีที่พอเป็นไปได้ เพราะคนเหล่านี้อยู่ประเทศไทยมานานหลายปี ซึ่งวันนี้มีการสู้รบกันตามแนวชายแดนต้องยอมรับว่าพอมีการสู้รบกันคนก็จะหลบหนีมายังประเทศไทย ทางประเทศไทยก็ต้องหามาตรการในการรองรับเพราะบางคนก็มีสุขภาพไม่แข็งแรงทุกวันนี้สาธารณสุขแนวชายแดนแบกรับภาระมาก
ซึ่งในกมธ.วันนี้จะรับฟังเป็นหลักตนคิดว่าเรายังพอมีเวลาแต่ค่อนข้างกระชั้นชิด เนื่องจาก NGO ไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงเป็นอีกปัญหาที่ประเทศไทยกำลังจะเผชิญอยู่
ต่อมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลจะนำคณะข้าราชการและสื่อมวลชนไปติดตามกรณีส่งชาวอุยกูร์กลับเขตปกครองตนเอง ซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ตนคิดว่าการลงพื้นที่ไปซินเจียงเพื่อไปดูสภาพความเป็นอยู่ต่าง ๆ สาระสำคัญคือสื่อมวลชนที่ไปจะมีอิสระในการทำข่าวมากแค่ไหน หากสื่อมวลชนมีอิสระในการทำข่าวโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปกับคณะตลอดเวลา คิดว่าแบบนี้ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ แต่หากต้องไปตามจุดที่วางเอาไว้แตกแถวไม่ได้ มันก็อาจจะไม่ได้เห็นภาพที่แท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น มองว่าเรื่องนี้ถ้าอยากให้เกิดความคลี่คลาย รัฐบาลไทยต้องคุยกับจีนว่าการมีความร่วมมือในแบบนี้ สังคมไทยฝ่ายการเมืองในไทยในสภาไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นห่วงเพราะสุดท้ายเรากำลังทำผิดกฎหมายในประเทศหรือไม่ เรากำลังทำกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า หากอยากจะมีความร่วมมือก็ต้องสร้างความมั่นใจตั้งแต่เริ่มต้นในการให้อิสระในการทำข่าว และไม่ได้อยู่แค่ชาวอุยกูร์ที่ไปล่าสุด 40 คน มีความเป็นอยู่อย่างไร ต้องไปดูต่อว่าก่อนหน้านี้ 100 คนที่ถูกส่งไปเมื่อยุค คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะมีรายงานและข้อมูลจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ในซินเจียงน่าวิกฤติมากซึ่งต้องดูว่าข้อมูลแหล่งที่มาโดยส่วนมากที่มาจากต่างประเทศมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้ามีความน่าเชื่อถือมากทั้งหมดนี้ ตนก็คิดว่าเราอาจจะได้ทำผิดอีกครั้งหนึ่ง ในการส่งชาวอุยกูร์ไปตาย อาจจะไปเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือกฎหมายระหว่างประเทศ
“ต้องไม่ลืมว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย เป็นกฎหมายที่เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อาจจะมีความผิดไปด้วย เพียงเพราะทำตามคำสั่งคนพวกนี้ที่มีอำนาจ ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องรอบด้านเลย ต้องอย่าลืมว่าเรื่องนี้ไม่โปร่งใสอย่างแน่นอน เพราะถ้ามีความโปร่งใสจริง จะไม่มีการส่งชาวอุยกูร์ไปช่วงเวลากลางดึก และจะต้องไม่มีการติดสติ๊กเกอร์ และจะต้องแถลงข่าวชี้แจงกับประชาชนไปแล้ว เพราะเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นประชาชนคนไทยทั่วประเทศก็ต้องมาแบกรับ” นายรังสิมันต์ กล่าว
z-z1603487247937.jpg)