“สิริพงศ์” เชื่อแก้ รธน.เป็นไปทิศทางที่ดี ชี้ขอเสียง สว.อยู่ที่เนื้อหา
โพสต์เมื่อ : 16 ก.ย 2568 เวลา 9:43 น.
“สิริพงศ์” เชื่อแก้ รธน.เป็นไปทิศทางที่ดี ชี้ขอเสียง สว.อยู่ที่เนื้อหา เผยปมสสร.คุยกันสัปดาห์นี้ เพื่อเดินหน้าวาระ 2-3 สมัยประชุมหน้า ลั่นภท.จริงใจตั้งแต่ต้น ไม่มีใครรู้ดีเท่าเรา ยัน MOA ไม่มีผลกฎหมาย ไม่ล้มล้างการปกครอง ไม่เข้าข่ายยุบพรรค เย้ยก่อนหน้านี้ พท.เคยยันจะรับทุกเงื่อนไขพรรค ปชน.เหมือนกัน
วันที่ 16 ก.ย. 2568 ที่ พรรคภูมิใจไทย ( ภท.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ภท.กล่าวถึงกรณีที่แก้รัฐธรรมนูญที่ สว. อาจจะไม่เอาด้วย อยากให้พรรคภท.กลับไปทบทวนกับพรรคประชาชน (ปชน.)ว่า ในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญในแต่ละพรรค พรรคภท.เคยเสนอแก้มาตรา 256 ในสมัยรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เราเสนอเรื่องการผลักอำนาจ สว. ในการโหวตนายกฯ ปรากฏว่าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. แสดงให้เห็นถึงการที่เราจะต้องขอเสียงไม่ว่าจะส่วนใด จำเป็นต้องดูเนื้อหาที่เป็นไปได้ การไปขอเสียง สว. ไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคไหนไปคุย แต่อยู่ที่เนื้อหาว่าฝั่ง สว. รับได้หรือไม่ วันนี้ต้องทำใจให้เป็นธรรมหากจะขอมือคะแนนโหวตให้ต้องมีข้อเสนอที่รับได้ เช่น การพิจารณาอะไรก็แล้วแต่ อำนาจ สว. อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้เขาไม่ยกมือสนับสนุน จึงอยู่ที่เนื้อหามากกว่าให้ไปคุย พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ต้องคุยแนวทางกันว่าจะทำแบบไหน หากเห็นตรงกันเราอาจจะยืนร่วมกัน แต่ถ้าเห็นต่างกัน พรรคภท.ต้องรวมเสียงให้มากพอ ให้สามารถยืนได้
เมื่อถามว่า มีความชัดเจนหรือยังว่าจะมี สสร. ทางตรงหรือทางอ้อม หรือว่าไม่มีเลย นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สสร. ต้องเป็นทางอ้อมแน่นอน เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถเลือกทางตรงได้ แนวโน้มน่าจะเป็นทางอ้อม ส่วนทางอ้อมจะมาจากอะไร กลุ่มรายชื่อแล้วให้รัฐสภาเลือกร่วมกัน หรือเลือกตั้งตัวแทนเข้ามา แล้วมาเลือกอีกที ก็ต้องคุยกันอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ที่จะคุยกัน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เชื่อว่าทิศทางจะไปในทางที่ดี ธงของพรรคภท.มองว่า วาระหนึ่งจะต้องพิจารณาในสมัยประชุมนี้ และช่วงปิดสมัยประชุมให้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการพิจารณา และพิจารณาในวาระสองวาระสามในสมัยประชุมหน้า
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย(พท.) พยายามดิสเครดิตพรรคปชน.และพรรคภท. ว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสิริพงศ์ กล่าวว่าความจริงใจ ใครจะรู้ดีเท่าเรา พรรคภท.จริงใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ สิ่งที่เราอยากจะทำคือ นายกฯ อยากจะขับเคลื่อนแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน การเดินหน้ายุบสภาให้ตรงกับกำหนดเวลา 4 เดือน และเดินหน้าเต็มที่ในการแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีนักกฎหมายไปยื่นคำร้องขอให้พรรคเพื่อไทย(พท.) ยื่นต่อประธานสภาเพื่อเอาผิดพรรคประชาชน (ปชน.)และพรรคภท.เรื่องบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement) ว่า เป็นเรื่องของความคิดเห็นที่อาจจะมองแตกต่างกัน เราคิดว่าลักษณะของ MOA นั้นเป็นความเข้าใจ และข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งอาจจะไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่มีผลทางความรู้สึก และมีผลต่อความรับรู้ ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ที่จะสามารถดำเนินการได้ และเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจว่าท่านไม่เห็นด้วยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะรับเงื่อนไข MOA ของพรรคประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่า คำร้องดังกล่าว สะท้อนอย่างไรบ้าง นายสิริพงศ์ กล่าวว่าแต่ละพรรคมีแฟนคลับของตนเอง และในสังคมก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่า คำร้องที่ยื่นไปนั้น ระบุว่าการเซ็น MOA ดังกล่าวนี้ เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยเพื่อเป็นสารตั้งต้นในการยุบพรรค การเซ็น MOA นั้นจะไปถึงขั้นนั้นได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีถ้อยคำอะไรที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้มีการระบุถึงอะไรที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ทำไม่ได้ จึงไม่อาจเข้าข่าย และเราก็ไม่อาจก้าวล่วงองค์กรใด
z-z1603487247937.jpg)