닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---4

“ชาญชัย” ชี้ พิสูจน์ความจริงไม่ใช่การกลั่นแกล้ง “วรงค์” แฉอ้างป่วยเอื้อประโยชน์ “สมชาย” ขอบคุณศาล-จี้เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ



วันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ หน้าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้เคยเป็นผู้ยื่นคำร้องขอตรวจสอบการบังคับโทษคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และนายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังศาลมีคำสั่งบังคับโทษจำคุกนายทักษิณเป็นเวลา 1 ปี

นายชาญชัย กล่าวว่า ศาลได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งด้านกฎหมายและคำร้องที่ตนเคยยื่นมาก่อน รวมถึงพยานหลักฐานใหม่จาก ป.ป.ช., คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน วุฒิสภา และแพทยสภา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น โดยศาลวินิจฉัยว่า การที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ส่งตัวนายทักษิณไปรักษานอกเรือนจำไม่เป็นไปตามมาตรา 55 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 และถือว่านายทักษิณรู้เห็นเป็นใจ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้กระทำผิด ส่งผลให้การพักโทษตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ศาลจึงสั่งบังคับโทษจำคุกตามคำพิพากษา 1 ปี

“กรณีนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และต้องชื่นชมที่นายทักษิณยอมเข้ารับโทษ อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ประเทศชาติเสียหายหลายพันล้านบาทไม่สามารถชดเชยได้ เพียงแต่กฎหมายทำได้เท่านี้” นายชาญชัยกล่าว พร้อมย้ำว่าการอุทธรณ์เป็นสิทธิของนายทักษิณ แต่ตนเชื่อว่าศาลจะไม่รับ เพราะเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว

ด้าน นพ.วรงค์ ขยายความคำวินิจฉัยของศาลว่า ข้อเท็จจริงหลายประเด็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การไม่ส่งตัวนายทักษิณไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทันทีตามมาตรา 55, การอ้างอาการป่วยที่ไม่ปรากฏจริง, การส่งเข้าห้อง VIP โรงพยาบาลตำรวจแทนห้องฉุกเฉิน, การให้แพทย์ตรวจไม่ตรงสาขา และการไม่ดำเนินการตรวจ EKG ตามมาตรฐาน ทั้งหมดสะท้อนว่าเป็นการวางแผนจัดการล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ของนายทักษิณ

ขณะที่นายสมชาย กล่าวขอบคุณศาลที่คืนความยุติธรรมให้แก่สังคม พร้อมชื่นชมหน่วยงานที่รวบรวมพยานหลักฐานจนทำให้คดีนี้เกิดความชัดเจน โดยย้ำว่าหลังจากนี้ ป.ป.ช. จะต้องนำคำสั่งศาลไปดำเนินการต่อ รวมถึงการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการขยายผลไปยังคณะกรรมการสอบวินัยโรงพยาบาลตำรวจ

“นี่เป็นบทเรียนสำคัญ กรมราชทัณฑ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากนักโทษป่วยจริงต้องส่งไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่อยู่ห่างไม่ถึง 200 เมตร ซึ่งขณะนี้มีศักยภาพรักษาโรคหัวใจได้แล้ว” นายสมชายกล่าว พร้อมระบุว่าท่าทีของนายทักษิณต่อคำสั่งศาลเป็นไปอย่างเรียบเฉย