“สนธิ” ขึ้นเวที “รวมพลังแผ่นดินฯ” ลั่น ไม่ได้ยุให้มีรัฐประหาร แต่ถ้าทหารจะทํา ก็ไม่ขัด
โพสต์เมื่อ : 28 มิ.ย 2568 เวลา 16:56 น.
“สนธิ” ขึ้นเวที “รวมพลังแผ่นดินฯ” เปิดคำปราศรัยเข้ม! วิจารณ์ระบบการเมือง–ทวงคืนเขาพระวิหาร ลั่น ไม่ได้ยุให้มีรัฐประหาร แต่ถ้าทหารจะทํา ก็ไม่ขัด
วันที่ 28 มิ.ย. 68 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยต่อสาธารณะ โดยเริ่มต้นด้วยการเปิดคลิปคำกล่าวของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2505 ภายหลังเหตุการณ์ไทยสูญเสีย “เขาพระวิหาร” ให้แก่กัมพูชา
ในคลิปดังกล่าว จอมพลสฤษดิ์ได้กล่าวว่า
“ น้ำตาของข้าพเจ้าเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ขอเลือดของความคั่งแค้นและความผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิต ทั้งชาตินี้และชาติหน้า พี่น้องชาวไทยที่รัก ในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะต้องเอาประสาทพระวิหารกลับคืนมาให้ชาติไทยให้จงได้ ”
ภายหลังคลิปเสียงจบลง นายสนธิ เริ่มต้นปราศรัย โดยกล่าวถึงประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดนว่า หากตนมีอำนาจทางการเมือง พระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณจะต้องกลับคืนมา พร้อมขู่ว่าจะส่งกองทัพเรือไปยึดเกาะกูด และพนมเปญ หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ พร้อมวิพากษ์ตระกูลชินวัตรว่าเป็นผู้บริหารประเทศที่ทำให้สถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้
ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายสนธิ ยังกล่าวถึงพิธีกรรมที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ “คุณไสย” ซึ่งเขาอ้างว่ามีการใช้รูปของตนในพิธีที่เกี่ยวข้องกับแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมกล่าวประชดว่า ขอไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ขอเถอะ ขออย่าให้องค์ลงวันนี้
ต่อมา นายสนธิ กล่าวว่า ขณะนี้อายุ 78 ปีแล้ว และหากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ก็คงไม่มีเหตุผลใดจะอยู่ต่อ พร้อมเปิดเผยว่าเคยรับรู้แนวทางการบริหารประเทศตั้งแต่สมัยพิธีที่วัดพระแก้ว โดยเชื่อว่า นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และตั้งคำถามต่อความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีสมเด็จฮุน เซน ที่เขาอ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
หากย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ปี 2518 ที่ไทยให้ที่พักพิงแก่ชาวกัมพูชาหนีภัยสงคราม พร้อมตั้งคำถามว่าไทยได้รับสิ่งใดตอบแทนจากน้ำใจดังกล่าวหรือไม่ ก่อนจะวิจารณ์แรงว่า ตั้งแต่เราคบเขมรมามีอะไรดีๆ บ้าง มีแต่กะล่อนใส่เรา โกงเรา ตนไม่เข้าใจ คนไทยใจเขมรเต็มไปหมด
นายสนธิ ยังระบุด้วยว่า มีข้อตกลงลับที่ภาคเอกชนเสนอให้แบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่พลังงานร่วมกันกับกัมพูชาแบบ 50:50 โดยไม่มีการระบุว่าใครเป็นเจ้าของพื้นที่ พร้อมระบุว่ามีเงินมัดจำล่วงหน้าแล้วถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,000 ล้านบาท ในการกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ นายสนธิพาดพิง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ว่าเป็นตัวแทนทางการเมืองที่เปราะบาง พร้อมชี้ว่าระบบการเมืองไทยในปัจจุบันมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้ไม่ว่าใครจะขึ้นมาก็จะถูกดูดกลืนโดยระบบเดิมที่ล้มเหลว
นายสนธิ กล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหนี้สินครัวเรือนที่กำลังพุ่งสูง โดยระบุว่า คนไทยจำนวนมากกำลังถูกฟ้องล้มละลาย จากระบบธนาคารที่คิดดอกเบี้ยเกินควร และนักการเมืองบางกลุ่มเข้าไปซื้อหนี้เสียในราคาต่ำแล้วนำกลับมากดดันประชาชน สะท้อนถึงระบบที่เอื้อประโยชน์ให้เฉพาะผู้มีอำนาจ
ในประเด็นการเมืองและความเคลื่อนไหวของกองทัพ นายสนธิ ย้ำว่า ไม่ได้เรียกร้องให้มีรัฐประหาร แต่หากเกิดขึ้นจริง ก็ขออย่าให้ “พลเอกหน้าเดิมๆ” กลับมาอีก โดยเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการประเทศ
ส่วนเรื่องแผนที่ในกรณีเขาพระวิหาร โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดประเทศไทยจึงยอมรับการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 แทนที่จะใช้ 1:50,000 ซึ่งเป็นมาตรฐานของกองทัพ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า MOU ที่ลงนามเมื่อปี 2543–2544 อาจเป็นเอกสารที่ทำให้ไทยเสียดินแดน
สุดท้าย นายสนธิ ระบุว่า การชุมนุมในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พร้อมโต้ตัวเลขที่ทางการระบุว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 30,000 คน โดยเชื่อว่าจำนวนจริงน่าจะมากถึง 60,000–70,000 คน และย้ำว่า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เขาและประชาชนอาจกลับมาชุมนุมอีกครั้ง
z-z1603487247937.jpg)