“ภูมิธรรม” รับ หนักใจเวลาพูดตกลงอะไร กัมพูชาเอาไปพูดอีกแบบ ชี้ เราสู้ในทิศทางของเรา ใจเย็น-รักสันติ-ไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตย
โพสต์เมื่อ : 26 ส.ค 2568 เวลา 1:9 น.
“ภูมิธรรม” รับ หนักใจเวลาพูดตกลงอะไร กัมพูชาเอาไปพูดอีกแบบ ชี้ เราสู้ในทิศทางของเรา ใจเย็น-รักสันติ-ไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตย เชื่อ เสียงตอบรับต่างประเทศดี มอง เจรจาเขตแดนไม่ง่าย บางประเทศคุยเป็นร้อยปี วอน อย่ากังวลปม’ผู้ว่าฯสระแก้ว‘ สื่อสารคลาดเคลื่อนเอกสารสิทธิ์บ้านหนองจาน ย้ำ มีหลักฐานก็จบ ความจริงคือความจริง
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ (Regional Border Committee) หรือ RBC บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ เงื่อนไขของกองทัพภาคที่ 2 จะเหมือนกองทัพภาคที่ 1 หรือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ว่า คงไม่มี เป็นประเด็นต่อจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ผ่านมา แต่อาจจะแตกต่างกันบ้างจากสภาพพื้นที่และสภาพปัญหา โดยพื้นฐานเป็นเรื่องต่อจาก GBC ครั้งที่แล้ว และเป็นเรื่องระดับแม่ทัพไปคุยกัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเส้นแดน และทำอย่างไรที่จะทำให้ได้ข้อสรุปตรงกันมากที่สุด ส่วนวันนี้ เป็นการประชุม RBC ระดับเลขานุการ
เมื่อถามว่าหลังการประชุม RBC ในระดับแม่ทัพ ฝั่งกองทัพภาคที่ 1 มีแนวโน้มที่ดีหรือไม่ และในส่วนของการประชุม RBC ของกองทัพภาคที่ 2 กัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขเหมือนกับของกองทัพภาคที่ 1 หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่กัมพูชาได้มีการร้องขอเรียกร้องให้ทางการไทยเอารั้วลวดหนามออก นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องรั้วหลวดหนามอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ได้คุยกันมา เพราะเราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย และเข้าใจว่าทูตทหาร ที่กัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงไปแล้วและขนาดนี้ สิ่งที่เป็นประเด็นปัญหาที่เรายังหนักใจอยู่บ้างคือเวลาพูดตกลงกันก็อาจจะเป็นอย่างหนึ่ง เวลาทางกัมพูชาหรือทางโฆษกกัมพูชาไปชี้แจงก็อาจจะเป็นอย่างหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปรากฏอยู่เสมอตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีกลาโหมแล้ว ซึ่งเวลานี้ข้อมูลหลักฐานต่างๆมีการรวบรวมและตอนนี้ด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพบกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งได้นำหลักฐานทั้งหมดไปคุย
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เราสู้ในทิศทางของเราอยู่แล้ว คือ ใจเย็น รักสันติ และไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตย ขณะเดียวกันได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่สั่งมาโดยตลอดทั้งรายละเอียด ของวันเวลาหรือรูปภาพ และขณะนี้เสียงตอบรับจากต่างประเทศค่อนข้างดี รู้สึกว่าสิ่งที่เราพูดมีความชัดเจนมากที่สุด ในขณะที่ทางฝ่ายกัมพูชาจะพูดอะไรของเขาก็พูดไป แต่ในความเป็นจริงคือความจริง ต่างประเทศก็ได้เห็นแบบนั้น
เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของกัมพูชามีการชุมนุมและเรียกร้องให้ โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเข้ามาถึงขั้นอวยจะเปลี่ยนชื่อถนนสายประวัติศาสตร์เป็นถนนโดนัลด์ ทรัมป์ ตรงนี้จะส่งผลอะไรหรือไม่จากที่คุยดำเนินการเป็นทวิภาคีในตอนนี้ นายภูมิธรรม ระบุว่า เป็นสิทธิ์ของเขา เราไม่ก้าวล่วง
เมื่อถามว่ากรณีที่นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงและพูดถึงพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น จ.สระแก้ว ว่าไม่มีเอกสารสิทธิ์แม้แต่แปลงเดียว ซึ่งทางกัมพูชาได้มีการนำไปแอบอ้างว่าคำพูดของผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นการยืนยันว่าพื้นที่นี้เป็นของกัมพูชา สรุปพื้นที่ตรงนี้มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปกังวล เพราะท่านผู้ว่าฯได้ออกไปชี้แจงแล้วว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดเพราะ จริงๆมันเป็น ส.ค.1 อาจจะหมายถึงโฉนด และเรื่องนี้ความจริงคือความจริง จะอ้างอย่างไรก็หยิบความจริงขึ้นมาพูด ถ้าเรามีในเรื่องของโฉนดทั้งหมดและหลักฐานมีอยู่แล้ว ไม่ใช่อยู่ๆมาสร้างตอนนี้ได้ และอย่าไปกังวลเรื่องคำพูด หรือการเคลื่อนไหวทางโซเชียลที่จะสร้างปัญหามาก
เมื่อถามว่า กรณีที่เป็นการพูดต่อหน้าคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (ไอโอที) จะเป็นหลักฐานได้หรือไม่ว่า อาจเป็นการให้ข้อมูลบิดเบือนจากไทย นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะบิดเบือนได้อย่างไร การพูดตรงนั้นทำให้เราเสียประโยชน์ด้วยซ้ำไป แต่เมื่อมีหลักฐานมายืนยัน และบอกว่า พูดผิด มันก็จบ มนุษย์ก็เป็นแบบนั้น
เมื่อถามว่ามองอย่างไรบ้างกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในตอนนี้เพราะครบรอบ1 เดือน ที่มีการปะทะกันตั้งแต่ 24 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา มีแนวโน้มทิศทางดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรม ระบุว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมการ ซึ่งถ้าไปดูในเรื่องของประวัติศาสตร์โลก ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ประเทศไทย การเจรจาในเรื่องของเขตแดนไม่เคยจบได้ง่ายๆ บางประเทศ 10 ปี บางประเทศ 100 ปีก็มี เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังเพิ่งเริ่มต้นในรอบใหม่และจริงๆเรามีปัญหามาตลอดและจบเป็นช่วงๆ ซึ่งอยู่ที่ว่าแต่ละช่วงสถานการณ์เป็นอย่างไรและพอจะสรุปได้อย่างไร อย่าไปกังวลอะไรถ้าเรายังยืนอยู่ในจุดที่เห็นว่าไม่ควรที่จะทำให้เกิดสงครามถ้าไม่จำเป็น และยังยืนยันจะรักษาอธิปไตยและประโยชน์ของประเทศ ซึ่งการเจรจาจบไม่จบก็ยังอยู่แค่ตรงนี้ ยังไม่รุกล้ำไปไหน
z-z1603487247937.jpg)