“ศิริกัญญา” ซัดรัฐบาลเร่งอนุมัติ “คนละครึ่งพลัส” 6.6 หมื่นล้าน หวั่นถลุงงบจนหมด-ขยายหนี้สาธารณะ
โพสต์เมื่อ : 29 ก.ย 2568 เวลา 13:8 น.
“ศิริกัญญา” ซัดรัฐบาลเร่งอนุมัติ “คนละครึ่งพลัส” 6.6 หมื่นล้าน หวั่นถลุงงบจนหมด-ขยายหนี้สาธารณะ มองเป็นโครงการการเมือง ไม่ใช่แผนเศรษฐกิจระยะสั้น
วันที่ 29 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานในการประชุม
นางสาวศิริกัญญา อภิปรายว่าคำแถลงนโยบายคือ “สัญญาประชาคม” ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน และควรทำหน้าที่เป็นเสมือน GPS หรือนาวิเกชันซิสเต็ม ที่บอกเป้าหมาย เส้นทาง และระยะเวลาที่ชัดเจน เธอตั้งข้อสังเกตว่าคำแถลงของรัฐบาลชุดนี้ยังคงอยู่ใน “แพทเทิร์นเดิม” เหมือนรัฐบาลก่อน ๆ ขาดรายละเอียดและตัวชี้วัดสำเร็จ (KPI) จึงอาจไม่สามารถทำหน้าที่นำทางได้จริง
นางสาวศิริกัญญา เผยว่า แม้รัฐบาลชุดนี้มีเวลาบริหารเพียง 4 เดือน ก็ควรมีนโยบายเร่งด่วนที่ชัดเจนและวัดผลได้ เธอตั้งคำถามว่า หลายนโยบายในหมวดเศรษฐกิจยังเป็นเพียงวิชลิสต์ใส่รายการสิ่งที่อยากทำ แต่ไม่ระบุวิธีดำเนินการ ลำดับความสำคัญ หรือวิธีให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เช่น การแก้ปัญหาหนี้รายบุคคลไม่เกิน 1 แสนบาท ที่ไม่มีรายละเอียดว่าจะช่วยลูกหนี้กว่า 3 ล้านบัญชีได้ทั้งหมดหรือไม่ จะใช้วิธีซื้อหนี้ ปรับโครงสร้าง หรือบริหารสินทรัพย์ใหม่ และการเพิ่มสภาพคล่องให้ SME แต่ไม่ระบุวงเงินต่อรายอย่างชัดเจน รวมถึงราคาสินค้าเกษตร ที่ระบุเพียงให้อยู่ในระดับเหมาะสมแต่ไม่ชัดว่าจะอุดหนุนหรือบริหารกลไกตลาดอย่างไร
นางสาวศิริกัญญา ตั้งข้อกังวลถึงร่างกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินสมัยใหม่ ที่มีมากถึง 79 มาตรา และ ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ว่าจะพิจารณาเสร็จได้ภายใน 3-4 เดือนหรือไม่
ส่วนนโยบายด้านการคลัง ศิริกัญญา กล่าวถึง โครงการคนละครึ่งพลัส ที่มีวงเงินสูงถึง 66,400 ล้านบาท และต้องเร่งอนุมัติภายใน 30 กันยายนเพื่อใช้จ่ายทันงบกลางปี 2568 เธอตั้งข้อสังเกตถึงความเร่งรีบของรัฐบาลที่ให้ประชุมในวันอาทิตย์เพื่อให้อนุมัติได้ทันเวลา และชี้ว่าเงินก้อนนี้มาจากทั้งเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินและงบกลางที่เหลือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเดิม
นางสาวศิริกัญญา ตั้งคำถามต่อการตัดสินใจรีดใช้งบประมาณจนหมด ทั้งที่งบปี 2568 ขาดดุลสูงถึง 4.5% ของ GDP และการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ากว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมเตือนว่าหากใช้งบประมาณเกินควร อาจกระทบความเชื่อมั่นและทำให้เพดานหนี้สาธารณะต้องขยายขึ้นในอนาคต
นางสาวศิริกัญญา มีข้อเสนอและคำเตือนถึงรัฐบาล ว่า อยากให้เน้นนโยบายที่สามารถทำเสร็จและเห็นผลใน 4 เดือน , หลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่สร้างความเสียหายถาวร , รักษาวินัยการคลัง ไม่ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพียงเพื่อคะแนนนิยม และให้นักเศรษฐศาสตร์และรัฐมนตรีคนนอกมีบทบาทเตือนสติฝ่ายการเมือง
นางสาวศิริกัญญา ย้ำว่า รัฐบาลนี้มีภารกิจสำคัญปลายปี ได้แก่ การกำหนดกรอบงบประมาณปี 2570 และการวางแผนจัดเก็บรายได้ใหม่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านการคลังท่ามกลางการจับตาของสถาบันจัดอันดับเครดิตที่เพิ่งปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยและธนาคารพาณิชย์ลงเป็นลบ
z-z1603487247937.jpg)