โฆษกรบ.เผยนายกฯสั่งการกลางครม. มาตรการตัดไฟ ถ้ามีข้อมูลผิดจริง
โพสต์เมื่อ : 4 ก.พ 2568 เวลา 17:20 น.
โฆษกรบ.เผยนายกฯสั่งการกลางครม. มาตรการตัดไฟ ถ้ามีข้อมูลผิดจริง มอบ “ภูมิธรรม”เรียกถกสมช.ตัดสินใจได้หากต้องดำเนินการ
เมื่อเวลา 12.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 5-8 ก.พ.โดยเวลา 12.00 น.วันที่ 5 ก.พ.นายกฯพร้อมคณะ เดินทางยังกรุงปักกิ่ง จากนั้นเช้าวันที่ 6 ก.พ.นายกฯ เข้าพบปะหารือนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มหาศาลาประชาชน จากนั้น พบกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน และเดินทางไปที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อวางพวงมาลาอนุเสาวรีย์วีรชน ช่วงบ่ายเวลา 13.30 -15.00 น.พบนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และผู้นำภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจของไทย และเอกชนของจีนพูดคุยกัน
จากนั้นเวลา 16.45 น.นายกฯและคณะเข้าร่วมพิธีตรวจแถวสวนสนามภายในศาลามหาประชาชน หลังจากนั้น เป็นสักขีพยานร่วมกับนายกฯจีน ในพิธีลงนามความตกลงระหว่างหน่วยงานไทย-จีน และเวลา 18.00 น. นายกฯและคณะ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง โดยนายกฯจีน เป็นเจ้าภาพ และเช้าวันที่ 7 ก.พ.นายกฯและคณะเดินทางออกจากกรุงปักกิ่งไปยังเมืองฮาร์บิน ในมณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศจีน เพื่อร่วมผู้นำชาติต่างๆ ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 อย่างเป็นทางการ จากนั้น ช่วงบ่ายพบนายกฯจะพบกับนักกีฬาไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขัน จากนั้น วันที่ 8 ก.พ.นายกฯและคณะ เดินทางกลับไทย ถึงเวลา 15.00 น.
นายจิรายุ กล่าวว่า การเยือนจีนอย่างเป็นทางการ นายกฯมีข้อสั่งการเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ขอให้เร่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนด้านการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในสาขาแห่งอนาคตที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียวและดิจิทัล เช่น EV, Data Centre เพื่อไทยและจีนได้ลงทุนร่วมกัน
นอกจากนั้น นายกฯขอให้ความสำคัญกับมาตรการกำกับดูแล มาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้าต่างๆของไทยและจีนอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ที่ค้าขายกันในขณะนี้
รวมถึง นายกฯมีข้อสั่งการดูแลความปลอดภัย และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยว และยกระดับมาตรการต่างๆ โดยไม่ยอมให้ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆมาใช้ไทยเป็นทางผ่าน โดยเฉพาะแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์
นายจิรายุ กล่าวว่า นายกฯได้มีข้อสั่งการเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ให้เร่งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมต่ออนาคต ให้สนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย และการเตรียมความพร้อมในการรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่ จากรัฐบาลจีน ในฐานะทูตสันถวไมตรีในปีนี้
นายจิรายุ กล่าวว่า นายกฯยังมีข้อสั่งการกรณีเรื่องของปัญหาที่มีอยู่ในเรื่องการตัดน้ำ หรือไฟ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านนั้น การกำกับเรื่องมาตรการการตัดน้ำตัดไฟในพื้นที่ชายแดนของ สมช. หากมีข้อมูลของการกระทำผิด ขอให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรียกประชุมกับสมช. เพื่อพิจารณาในมาตรการต่อไปอย่างชัดเจน โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชนคนไทย และประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ หากต้องตัดก็ให้ดำเนินการ
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายกฯยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของแต่ละกระทรวง โดยกล่าวว่า วันที่ 3 ก.พ.ได้มีการประชุมเร่งรัดติดตามเรื่องงบการลงทุนของแต่ละกระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม และจะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยที่ทางอธิบดีกรมบัญชีกลางจะช่วยเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกำหนด โดยขอให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งติดตามให้ทุกกระทรวงดำเนินการตามเป้าหมาย เพราะถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
z-z1603487247937.jpg)