“วิลาศ” เกาะติดโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่เกียกกาย ยื่นเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.
โพสต์เมื่อ : 18 ธ.ค 2567 เวลา 9:42 น.
“วิลาศ” เกาะติดโครงการก่อสร้างรัฐสภาใหม่เกียกกาย ยื่นเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช. เรื่องที่ 21 จี้ สอบ “เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ” ขยายห้วงเวลาปรับ 0% แต่กลับไม่มีการแก้ไขสัญญา ชี้ ทำให้รัฐเสียหายหรือไม่
วันที่ 18 ธ.ค. 2567 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม. และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ( ปปช.)สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2567 ตนเข้ายื่นเรื่องร้องเรียน เรื่องที่ 21 ต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช. )เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่วันละเรื่อง เป็นข้อร้องเรียนตามข้อเท็จจริง และรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ช่วยพิจารณากันครับ ใครจะต้องรับผิดชอบ และใครควรเข้าคุก โดยขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ขยายเวลาให้ผู้รับข้างในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งโครงการนี้ตามสัญญาเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2556 กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 2556 ถึงวันที่ 24 พ.ย. 2558
เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงมีการขยายเวลาการก่อสร้างให้ผู้รับข้างอีก 4 ครั้งรวม 1,864 วัน สิ้นสุดสัญญาที่ขยายวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ภายหลังสัญญาสิ้นสุดลง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงเจตนาไม่ขยายสัญญาอีกและมีหนังสือแจ้งเริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 แต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563 ได้เกิดสถานการณ์การโรคโควิคระบาด คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติให้หน่วยงานของรัฐปรับ 0% จากวันที่ 26 มี.ค. 2563 ถึง 30 มิ.ย. 2565 (เป็นเวลา 827 วัน) ซึ่งจากหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง ผู้รับจ้างจะโดนปรับ 0% ถึงวันที่ 7 เม.ย. 2566 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ทำการแก้ไขสัญญาเรียบร้อยแล้ว และเห็นว่าตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2566 เป็นต้นไป จะต้องเริ่มปรับ
แต่พบว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนรายฎรกลับเห็นว่าจะเริ่มปรับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 2566 เป็นต้นไป จึงขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้องว่าปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือไม่ ทั้งนี้เพราะสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรไปขยายเวลาให้ผู้รับจ้างอีก 150 วันโดยอ้างมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2559 เห็นว่าไม่น่าจะชอบด้วยเหตุผล เพราะในช่วงครม.มีมติขยายเวลาเนื่องจากการขึ้นค่าแรงตอนปี 2559 อยู่ในช่วงที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขยายเวลาให้ผู้รับจ้างอยู่แล้ว อีกทั้งการขยายเวลาครั้งนี้ไม่ต่างจากการปรับ 0 % ในช่วงมีโรคระบาดโควิด ซึ่งมีการแก้ไขสัญญาแต่การขยายเวลาเนื่องจากขึ้นค่าแรงไปอีก 150 วัน แต่กลับไม่มีการแก้ไขสัญญาแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมการตรวจการจ้าง ผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ กระทำการทำให้รัฐเสียหายเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นายวิลาศ กล่าว
z-z1603487247937.jpg)