“ชวน” กรีด “ทักษิณ” ได้รับอภัยโทษ แต่ยังไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
“ชวน” สบัดมีดโกนกรีด “ทักษิณ” ได้รับอภัยโทษ จากโทษจำคุก8 ปี เหลือแค่1 ปี ยังไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำหลักบ้านเมืองปั่นป่วน ข้องใจ ”รัฐบาลอิ๊ง“วางเฉยให้ลอยนวล เตือนอย่าย่ามใจว่าคุมได้หมด ประชาชนรู้ดี เชื่อ2ปมร้อน “เขากระโดง-อัลไพน์” ของ2แกนนำพรรครัฐบาล ต่างคนต่างอยู่ แม้ ”ทวี-ประชาชาติ“ เคยซักฟอก”ที่ดินเขากระโดง“ ย้ำ กรณี ”MOU44”สมัยรบ.อภิสิทธิ์“ เคยคิดยกเลิก หลัง ”ขรก.บัวแก้ว“ แจงจุดอ่อนเพียบ แต่ฝ่ายการเมืองสั่งทำ ลั่น สักวันคนรู้เรื่องจะเผย ความจริงปรากฏ
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2567 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เราต้องถามรัฐบาลที่มีอำนาจในการจัดการ การทำอะไรให้ถูกต้องตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อยกเว้น ทำไมปล่อยให้คนที่ทำให้เสียหายต่อส่วนร่วมลอยนวลอยู่ได้ ความจริงกรณีของนายทักษิณต้องถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่จะมีสักกี่คนที่ได้ลดโทษจาก8ปีเหลือ1ปี มีใครบ้าง เราไม่เคยได้ยินเลย ฉะนั้นเมื่อได้รับสิ่งนี้แล้ว น่าจะสนองตอบพระมหากรุณาธิคุณโดยปฏิบัติไปตามที่ได้รับพระราชทานมาอย่างเคร่งครัด เมื่อได้รับลดโทษเหลือ1ปี ก็ต้องติดคุก1ปี ไม่ใช่หาทางเลี่ยงออกไปอย่างนี้ แต่ต้องไปดูที่องค์กรทั้งหลาย ที่ทำให้คำวินิจฉัยนั้นปฏิบัติได้หรือไม่ นายทักษิณเป็นส่วนประกอบตัวเสริมสนับสนุน แต่องค์กรคือผู้ปฏิบัติ
เมื่อถามว่า จะคาดหวังได้อย่างไรในเมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นบุตรสาวของนายทักษิณ และยังคงออกมายืนยันว่า จำเป็นต้องใช้นายทักษิณเป็นที่ปรึกษา นายชวน กล่าวว่า นั่นเป็นเรื่องของเขา แต่หน้าที่ของรัฐบาลต้องยึดหลักที่ถูกต้องโดยไม่มีข้อแม้ คือต้องซื่อสัตย์ สมมุติว่าตัวบุคคลไม่ใช่นายทักษิณก็ต้องเอาหลักนี้ ถูกก็ว่าตามถูก ผิดก็ว่าตามผิด ไม่ใช่เป็นการเหลื่อมล้ำหรือยกเว้นกับคนนี้ไม่ต้องปฏิบัติ หรือปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดหลักความถูกต้องชอบธรรม ก็เป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปทั้งประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ตนเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รัฐบาลจะไปประมาทด้วยเชื่อว่า เขาสามารถคุมได้หมด ก็ต้องระวัง
เมื่อถามถึงความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีที่ดินเขากระโดงของแกนนำพรรคภูมิใจไทย กับสนามกอล์ฟอัลไพน์ของพรรคเพื่อไทยจะมีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตนเข้าใจว่าต่างคนต่างอยู่ ซึ่งกรณีนี้พรรคประชาชาติก็เคยอภิปรายเรื่องเรื่องเรื่องเรื่องเรื่องเรื่องเรื่องไม่ไว้วางใจเรื่องเขากระโดงไว้หนัก โดยเฉพาะพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม วันนี้ปัญหาคือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่นำมาพูดกัน
เมื่อถามต่อว่า การชุมนุมของกลุ่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ที่พุ่งเป้าประเด็นMOU44เสี่ยงทำให้เสียดินแดนและผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล จะเป็นเงื่อนไขที่จะกระทบกับรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน นายชวน กล่าวว่า มีการโต้ตอบอยู่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในสมัยที่รัฐบาลตนพ้นมาแล้ว แต่ตนก็ติดตามว่าทำไมสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาเรื่อง MOU 44 เข้าคณะรัฐมนตรีแล้วยกเลิก มันต้องมีเหตุผลว่า ที่ทำไปมันไม่ดีอย่างไร ซึ่งนายอภิสิทธิ์อธิบายให้ตนฟังว่า ข้อตกลงนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศในสมัยนั้นไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเป็นความต้องการของฝ่ายการเมืองก็ต้องทำ เขาคงรู้แล้วว่า ที่ไปทำไว้มีอะไรที่เป็นจุดอ่อน จุดแข็ง ที่ทำให้เสียเปรียบ แต่ข้อตกลงนี้ มีข้อหนึ่งระบุไว้ว่า ‘หากจะหาผลประโยชน์ร่วมกัน จะต้องทำให้ข้อตกลงเรื่องเขตแดนต้องได้ข้อยุติจบลงก่อน’ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ยังเล่าอีกว่า ท่านเคยสอบถามข้าราชการขณะนั้น ว่าปัญหาคือ รมว.ต่างประเทศที่ทำไปเพราะเกรงใจนายทักษิณหรือไม่ ปัญหาคือใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวถึงขั้นมาขอให้ยอม มันเป็นข้อเท็จจริง และคงมีข้อยุติในวันใดวันหนึ่ง คนที่รู้ก็จะต้องเปิดเผยในวันหนึ่ง
z-z1603487247937.jpg)