“วัส ติงสมิตร” ชี้ "อนุทิน" ขึ้นนายกฯ ด้วยแต้มติดลบทางความชอบธรรม
โพสต์เมื่อ : 14 ก.ย 2568 เวลา 13:42 น.
“วัส ติงสมิตร” ชี้ "อนุทิน" ขึ้นนายกฯ พร้อมเงื่อนไข-ข้อครหาสามคดีใหญ่ เริ่มต้นด้วยแต้มติดลบทางความชอบธรรม
วันที่ 14 ก.ค. 2568 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อนุทินกับเงามืดทางการเมือง
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถือเป็นชัยชนะทางการเมืองในระยะแรก และหวังผลในระยะยาว แต่ก็เกิดขึ้นท่ามกลางเงื่อนไขและข้อครหาหนักที่อาจบั่นทอนความชอบธรรมและเสถียรภาพของเขาในเวลาไม่นานต่อจากนี้
1. คดีฮั้วเลือก ส.ว.
ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา เป็นประเด็นที่องค์กรสืบสวนและไต่สวนชั้นต้นของสำนักงาน กกต. ชี้ว่ามีมูล แม้ยังไม่ถึงขั้นมีคำวินิจฉัย แต่การที่ผู้นำรัฐบาลถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการบ่อนทำลายกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ย่อมกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ด้าน “คุณธรรมและธรรมาภิบาล”
2. ที่ดินเขากระโดง
ปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งเกี่ยวพันกับการครอบครองที่ดินของรัฐ เป็นข้อพิพาทที่ลากยาวมาหลายสิบปี แม้ฝ่ายการเมืองจะพยายามอธิบายว่าอยู่ในขั้นตอนการจัดการทางกฎหมาย แต่สังคมยังมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและเครือข่าย
3. รันเวย์เครื่องบินเล็กที่นิคมลำตะคอง
ข้อครหาว่ามีการนำพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองบางส่วนไปใช้เป็นรันเวย์สำหรับเครื่องบินในธุรกิจครอบครัว ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ “การใช้ประโยชน์ส่วนตนจากที่ดินของรัฐ” ประเด็นนี้ แม้จะดูเล็กเมื่อเทียบกับคดีการเมืองใหญ่ แต่ในสายตาประชาชน อาจสะท้อนถึงวัฒนธรรมทางการเมืองที่ไม่โปร่งใส
เงื่อนไขการเมืองที่ซ้อนทับ เมื่อปัญหาสามด้านนี้ถูกฉายไปพร้อม ๆ กันในช่วงที่อนุทินก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง จึงทำให้เขาถูกมองว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นมาพร้อมเงามืดทางคดี ไม่ต่างจากการเริ่มต้นด้วย “แต้มติดลบ” ทางความชอบธรรม สิ่งที่ตามมาคือ การตั้งคำถามว่า การยอมรับเงื่อนไขจากพรรคประชาชน (รัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาเร็ว) นอกจากการหวังผลการเลือกตั้งใหญ่หลังยุบสภาแล้ว ยังอาจทำให้ทิศทางคดีเหล่านี้เปลี่ยนไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอาจมาจาก “บุรีรัมย์คอนเน็กชัน”
บทสรุป อนุทินอาจหวังว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะเป็นทั้งโล่และเวทีในการเลือกตั้งใหญ่และจัดการแรงกดดันทางคดี แต่ความจริงคือ คดีเหล่านี้ยังคงเดินหน้าในมิติทางกฎหมาย และยังถูกขยายผลในมิติการเมืองอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถสร้างผลงานเชิงนโยบายหรือสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำที่จริงใจได้ทันเวลา เงามืดจากคดีฮั้วเลือก ส.ว. ข้อครหาที่ดินเขากระโดง และรันเวย์ที่ดินนิคมลำตะคอง จะกลายเป็นมรดกทางการเมืองที่ยากจะลบเลือน และอาจทำให้อนุทินถูกจดจำว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ขึ้นสู่ตำแหน่งได้ แต่ไม่สามารถยืนระยะได้ และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งนับเป็นทุกขลาภโดยแท้
z-z1603487247937.jpg)