"อนุทิน" ประชุมผู้ว่า 76 จังหวัด แก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น
"อนุทิน" ประชุมผู้ว่า 76 จังหวัด แก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่น ขออย่ากังวลเพื่อนบ้าน ให้ทำประเทศตัวเองให้เรียบร้อย สั่ง ผู้ว่า ยกระดับมาตรการเข้มข้น กำชับฝ่ายกฏหมาย บังคับใช้อย่างเต็มที่
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เรื่อง ติดตามปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมกันทั้ง 76 จังหวัด ที่ห้องราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย
นายอนุทิน กล่าวก่อนการประชุมว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่สละเวลามาประชุมกับกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่มีความรับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ และ นางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก โดยได้ติดตาม ประสานงานและประชุมหารือกับตน อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ ตนก็ได้มีการรายงานให้ทราบตลอด ถึงความพร้อมที่จะรับมือและป้องกัน แก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก และเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประชุมติดตามปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่ง 17 จังหวัดในภาคเหนือเป็นจุดฮอตสปอตที่มีการเผาไหม้เศษซากผลผลิตทางการเกษตรมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ห้ามเผาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้สั่งการและกำชับให้มีการยกระดับในการดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยนอกจากอำนาจของผู้ว่าฯ ที่มีอยู่แล้ว ผู้ว่าฯ ยังมีสิทธิใช้อำนาจ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ ที่บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนได้อีกด้วย
นายอนุทิน ย้ำว่า การทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกันในรูปแบบของตัวแทนรัฐบาล ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทยไปสั่งการกระทรวงอื่นๆ โดยเป็นการทำงานภายใต้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ จึงขอให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการ เพื่อความเป็นเอกภาพและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ส่วนที่เกิดความกังวลว่า ปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นายอนุทิน บอกว่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล แค่ทำประเทศของเราให้เรียบร้อย และหากยังมีปัญหามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะมีการยุติการซื้อขายสินค้าทางการเกษตรที่มีการเผาวัชพืชจนก่อให้เกิดมลพิษ รวมถึงจะมีการไปพูดคุยต่อไป
ดังนั้น เราต้องหามาตรการอย่างเข้มงวด อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่มีการฝังกลบ หรือหาวิธีแปรสภาพพวกเศษซาก ซึ่งพอทำแล้วก็ได้ผลดี และเราต้องสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ แทนที่จะทำให้เกิดการเผา ซึ่งทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือไปแล้ว พร้อมย้ำว่า เราต้องมีการผลักดันให้มีงบประมาณช่วยเหลือออกไปให้ชาวบ้าน เพื่อให้เขาหยุดเผา ส่วนฝ่ายกฏหมายก็ต้องบังคับใช้อย่างเต็มที่
z-z1603487247937.jpg)