“วรวัจน์” ยันเดินหน้าแจกเงินหมื่นตามเป้า
โพสต์เมื่อ : 27 ต.ค 2567 เวลา 9:57 น.
“วรวัจน์” ยันเดินหน้าแจกเงินหมื่นตามเป้า โอ่คนเชื่อมือ พท. แก้ ศก.
วันที่ 27 ต.ค. 2567 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่สามารถเดินหน้าได้ทั้งระบบ และการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นนโยบายหาเสียงยังไม่สามารถเดินหน้าได้ ว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยข้อจำกัดที่มีคนพยายามจะไม่ให้ทำ เราก็พยายามแก้ไขข้อจำกัดในการเดินหน้า แม้จะชะงักไปแต่ตั้งใจเดินหน้าให้สำเร็จให้ได้ เพราะจากข้อเท็จจริงวันนี้คนไทยทุกคนเกิดภาวะชะงักวันด้านการหนุนเวียนการเงิน
วันนี้ดิจิทัลวอลเล็ตเฟตแรกที่ออกไป ไปอยู่ที่ภาคการบริโภคเป็นหลัก แต่ก็ทำให้การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมีการผลิตของมาตอบสนองการบริโภค แม้จะออกไม่พร้อมกันแต่จะทะยอยออกไปเรื่อยๆ เมื่อเศรษบกิจเริ่มขยับ ภาวะชะงักงันไม่มีเงินใช้สอยจะค่อยๆดีขึ้น ประชาชนเริ่มขยับได้บ้าง วันนี้เมื่อเงินก้อนแรกออกไปเราได้เห็นความคึกคักในตลาดดีกว่าช่วงก่อนหน้านี้ที่นิ่งเลย ยืนยันพรรคเพื่อไทยก็จะพยายามขัยเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยดิจิทัลวอลเล็ตได้ตามเป้าให้ได้
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงต้องเจรจากับพรรคร่วมว่าใครมีความเห็นอย่างไรต้องพยายามทำให้สำเร็จเช่นกัน ตอนนี้พยายามทำกันอยู่ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญควรต้องทำให้ได้ สองเรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่เราต้องเดินหน้าต่อ
เมื่อถามว่าระหว่างนี้ที่ทั้งสองนโยบายสำคัญยังไม่เป็นตามเป้า พรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายอะไรมาเสริมหรือไม่ นายวรวัจน์ ตอบว่า นโยบายของเพื่อไทยมีหลายส่วนตอนนี้เราพยายมขัยเคลื่อนผู้ประกอบการขนาดกลางลงมาให้เข้าสู่การส่งออก สิ่งที่เราเร่งทำคือการดึงเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามา และผลักดันสินค้าไทยให้ออกไปสู่ต่างประเทศ รวมถึงท่องเที่ยวก็ต้องทำ และเป็นฟู้ดซีเคียวริตี้ ของแต่ละประเทศให้ไทยเป็นศูนย์กลางการหมุนเวียนสินค้า เพราะขณะนี้มีสงครามระหว่างภูมิภาค แต่ละประเทศไม่ใช่จะมีปัญหาเรื่องเชื่อเพลิงอย่างเดียว เรื่องอาหารก็สำคัญ เราพยายามทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตอาหารให้แต่ละประเทศ ส่วนจะสร้างคะแนนนิยมให้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น
ฐานเสียงของเพื่อไทยอยู่ที่เกษตรกร ในอดีตได้รับการช่วยเหลือในภาคการเกษตรเบื่องต้น ตอนนี้เราผลักดันให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยความไม่ต่อเนื่องทางการเมืองทำให้ชะงักงัน แต่จากนี้รัฐบาลเริ่มตั้งตัวได้แล้ว การเมืองข้อนข้างนิ่ง ต่างประเทศมั่นใจ ทำให้มีเม็ดเงินมาลงทุนมากขึ้นเห็นได้ชัดในตลาดหลักทรัพย์ จากนี้น่าจะทำให้หลายอย่างดีขึ้น แม้จะขยับช้าๆแต่เริ่มขัยแล้วการแก้ไขปัญหาเศรษฐจะดีขึ้น ทำให้คนมั่นใจการทำงานของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แม้ครั้งนี้จะช้าเพราะเป็นรัฐบาลพรรคร่วมแต่ก็ดีกว่าสมัยก่อนที่เป็นพรรคการเมืองอื่น ตอนนี้คนเริ่มมั่นใจในพรรคเพื่อไทยเราอาจขาดช่วงการบริหารไปทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอไประยะหนึ่ง แต่ตอนนี้เสียงประชาชนมั่นใจเพื่อไทย และเขาเชื่อว่าจะเดินหน้านโยบายได้จริง
z-z1603487247937.jpg)