닫기

ปกในข่าวเว็บใหม่copy

“ปกรณ์วุฒิ” ยัน “ปชน.” อภิปราย 30 คน แจง“พปรช.” ติดต่อขอร่วมอภิปราย ไม่มั่นใจมาโหวตตามมติกี่เสียง หวั่นโหวตไม่ครบ 40 เสียง


เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีราชชื่อพรรคประชาชน ในฐานะรักษาการวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการแถงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 12-13 ก.ย. นี้ว่า ทุกอย่างมีความเรียบร้อย ซึ่งจากที่ประชุมวิปสามฝ่ายเมื่อวานนี้(9 ก.ย. ) ได้มีการจัดสรรเวลาคือวิปฝ่ายค้าน ได้ทั้งหมด 13 ชั่วโมง ซึ่งพรรคประชาชน ได้จัดลำดับสำหรับผู้อภิปราย 30 คน ตอนนี้มีความลงตัว



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะอภิปรายรายมติหรือตามประเด็นนั้น นายปกรณ์วุฒิ เผยว่า ในส่วนของพรรคประชาชนไม่ได้จัดสรรว่า ต้องเอา10 ชั่วโมงกว่ามาหารกันเพราะบางเรื่องอาจมีการอภิปรายยาวนาน ส่วนจะเน้นไปในเรื่องไหนนั้น ส่วนใหญ่เป็นทั้งภาพรวมและไม่ได้เจาะจงให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นพิเศษซึ่งในประเด็นต่างๆต้องการอภิปรายให้ครบถ้วนในส่วนของแต่ละนโยบายที่สำคัญและลงรายละเอียดอย่างชัดเจน ส่วนการตั้งข้อสงสัยของฝ่ายค้านนั้น ย้ำว่าไม่ได้เน้นย้ำเรื่องใดเป็นพิเศษ และให้เวลาสำคัญกับทุกประเด็น 



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าใน 10 นโยบายเร่งด่วน พรรคฝ่ายค้านมองอย่างไร นายปกรณ์วุฒิเผยว่า เมื่อวานนี้ฝั่งรัฐบาลได้บอกว่าจะขอลดเวลาซึ่งไม่มั่นใจว่าป็นการออกตัวหรืออย่างไร เพราะ1 ปี ที่ผ่านมา ภาพรวมของประเทศมีการเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าในเล่มการแถลงนโยบาย มีความเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญต้องมีการตรวจสอบการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี  คระรัฐมนตรีไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ​ ซึ่งการตรวจสอบการการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการตั้งคำถามอีก 3 ปีข้างหน้าจะสามารถทำตามนโยบายได้สำเร็จหรือไม่ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ​ ส่วนจะเน้นไปเรื่องไหนนั้นของอุบไว้ก่อน แต่โดยเนื้อหาเชื่อมั่นว่าสื่อมวลชนสามารถจับตาได้ 



เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลังแถลงนโยบายจะมีการกำหนดการไม่ไว้วางใจล่วงหน้าเลยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่าเรื่อนี้ต้องรอหลังการอภิปรายนโยบาย ซึ่งในสัปดาห์หน้าทางรัฐสภาจะเสนอชื่อฝ่ายค้าน ดังนั้นต้องรอให้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายและต้องรอความชัดเจนต่อไป



ส่วนพรรคพลังประชารัฐได้มีการเข้ามาติดต่อเพื่อมีส่วนร่วมในการอภิปรายหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิเผยว่าได้มีการประสาน มาทางวิปฝ่ายค้าน และประสานไปยังวิปรัฐบาลและทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกัน และจะตัดเวลาบางส่วนเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐจัดสรรเวลาในพรรคเอง ซึ่งไม่ได้ให้เวลาฝั่งใดมากเป็นพิเศษ โดยเท่าที่พูดคุยให้เวลาฝ่ายละ 15 นาที ส่วนจุดยืนในการอภิปรายของพรรคพลังประชารัฐจะสนับสนุนไปทางฝ่ายใดนั้น มองว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีการแจ้งพรรคฝ่ายค้านมีเพียงแต่พุดคุยขอเรื่องเวลา ทั้งนี้ไม่ว่าจะอภิปรายในเรื่องใดพรรคฝ่ายค้านไม่ขอไปก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการอย่างไร ต้องรอให้ทุกอย่างมีความชัดเจน 



ส่วนทางพรรคพลังประชารัฐ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ได้ติดต่อมาและทราบว่า ทางพรรคได้ประสานไปทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน แต่เข้าใจว่าเป็นงานประสานมาขออภิปรายมากกว่า ซึ่งตัวเองไม่ขอก้าวล่วง ว่าพรรคพลังประชารัฐจะอภิปรายเรื่องอะไรบ้าง แต่ก็ได้จัดสรรเวลาแบ่งเวลาให้นิดหน่อย จากนั้นก็อยู่ที่พรรคจะบริหารจัดการ



เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐได้ประสานเรื่องเป็นพรรคฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ มอวว่า ต้องรอความชัดเจนว่า หากพรรคพลังประชารัฐมาเป็นฝ่ายค้าน จะมาเป็นกี่คน ซึ่งแน่นอนว่า ต่อให้พรรคพลังประชารัฐมี สส. 40 ที่นั่ง และจะขอโควต้าตามจำนวน แต่สุดท้ายพอโหวตมาไม่ถึงครึ่ง ซึ่งไม่ยุติธรรม และคงไม่สามารถอธิบายให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าใจได้ 



ส่วนโควต้ากรรมาธิการ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนในส่วนพรรคพลังประชารัฐอีกครั้งหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า โควต้ากรรมาธิการ เป็นโควต้าของพรรคการเมืองอยู่แล้ว เทียบกับจำนวน สส. ที่ได้ที่นั่ง ไม่ได้เกี่ยวว่าอยู่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 



ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี กล่าวถึงร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พรรคพลังประชารัฐ ว่าลงพื้นที่น้ำท่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ส่อเป็นการแทรกแซงข้าราชการ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คงไม่มีความเห็นเรื่องนี้ แต่ก็มองว่า หากเรื่องที่เป็นนามธรรมเกินไป และนำมาวิพากษ์วิจารณ์ คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ควรนำข้อกฎหมายมาตัดสิน