닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก9

“รังสิมันต์” เผย ไล่เช็กความคืบหน้าคดีฟอกเงินทุนกัมพูชาพัวพันสแกมเมอร์–คอลเซ็นเตอร์ ชี้ เริ่มเห็นความคืบหน้า เชื่อ เริ่มเห็นชัดการทลายเครือข่ายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หวัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน-ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น



วันที่ 26 พ.ย.68  ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.มั่นคงฯว่า เราติดตามความคืบหน้า 2 ประเด็นหลัก คือการแก้ปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะกรณีฮุยวันกรุ๊ปและนายฮุน โต หลานชายของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รวมถึงความเชื่อมโยงระดับผู้นำกัมพูชา และประเด็นบริษัทที่ทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับการนำสแกมเมอร์กว่า 500 คน เข้าประเทศผ่านการขอวีซ่า

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การแก้ไขสแกมเมอร์มีสัญญาณดีขึ้น แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้เพราะข้อมูลบางส่วนอ่อนไหว โดยจากการสอบถามพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เตรียมข้อมูลเรื่องบริษัทที่ทำเอ็มโอยู แต่จะมีการบรรจุเข้าวาระการประชุมกมธ.มั่นคงฯ อีกครั้งวันที่ 11 ธ.ค. 2568 คาดว่าหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ประชาชนจะกลับมาจับตาปัญหานี้ควบคู่กับมาตรการเยียวยาได้มากขึ้น อีกทั้งการทลายเครือข่ายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินนั้น เราเริ่มเข้าใกล้มากขึ้นแม้ภาพรวมยังไม่น่าพอใจ แต่เห็นความก้าวหน้าบางจุด และหวังให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตำรวจไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ประสานงานกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อถามว่าหากได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน จะสามารถสืบจนถึงต้นตอหลักของสแกมเมอร์ได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีผู้เสียหายรายหนึ่งที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมากกว่า 100 คดี ซึ่งสามารถขยายผลได้ทั้งการเจาะไปที่บริษัทฮุยวันกรุ๊ปโดยตรงและการต่อยอดจากเคสผู้เสียหายพร้อมกัน โดยมองว่าหน่วยงานเริ่มเข้าใจแนวทางการทำงานแล้ว แต่ขั้นตอนปฏิบัติยังเป็นสิ่งที่ต้องเร่ง

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โมเดลที่เคยทำสำเร็จ เช่นกรณี เวิลด์คอยน์ ที่มีการสแกนม่านตาโดยไม่ได้รับความยินยอม และต่อมาศาลมีคำสั่งลบข้อมูล ถือเป็นตัวอย่างว่าหากประสานงานกันอย่างถูกทิศทาง ปัญหาจะถูกแก้ได้เป็นระบบ จึงจำเป็นต้องนำทุกข้อมูลมาประกอบ เชื่อมโยง และลิงก์เข้าหากัน เพื่อเดินไปสู่การแก้ปัญหาทั้งระบบและกวาดล้างเครือข่ายให้สิ้นซากในที่สุด