닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ6

นายกฯ หารือยกระดับจิวเวอรี หาช่องเปิดตลาดสินค้าไทยในยุโรป 



วันที่ 7 มี.ค. 2568 (ตามเวลาท้องถิ่นนครซูริก ซึ่งช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ พบหารือกับ ผู้บริหารบริษัท Compagnie Financière Richemont S.A. หรือ Richemont บริษัทสัญชาติสวิส ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสินค้าแบรนด์หรู โดยเฉพาะในหมวดเครื่องประดับ นาฬิกา และแฟชั่น เช่น Cartier โดยน.ส.แพทองธาร ได้ทวีตข้อความผ่านเอ็กถึงการหารือดังกล่าวว่า อีกหนึ่งการหารือที่น่ายินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง คือการพบหารือกับทีม Richemont (บริษัทสัญชาติสวิส ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านสินค้าแบรนด์หรู โดยเฉพาะในหมวดเครื่องประดับ นาฬิกา และแฟชั่น เช่น Cartier) เพื่อโอกาสของงาน craftsmanship(งานฝีมือ)ไทย โดยเฉพาะวงการจิวเวอรีและการออกแบบ ที่หลายปีที่ผ่านมา งานออกแบบจิวเวอรีไทยโดดเด่น มีแบรนด์ใหม่ๆนักออกแบบหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย สามารถขยายตลาดไปสู่ระดับโลกได้ ไม่เท่านั้นเรายังมีจุดเด่นเรื่องฐานการผลิตที่สำคัญให้กับโรงงานหลายประเทศทั่วโลก แต่เรายังพัฒนาต่อยอด ทั้งองค์ความรู้งานดีไซน์ การบริการธุรกิจ Luxury โอกาสของคนไทยในการ explore อุตสาหกรรมนี้ในระดับโลก ตนจึงได้หารือกับทีม Richemont เรื่องการร่วมฝึกทักษะด้าน Luxury Products อย่างครบวงจร การร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย หรือโรงเรียนออกแบบในไทย พัฒนาหลักสูตรงานออกแบบร่วมกัน รวมทั้งหารือขยายฐานการผลิตในไทย ซึ่งจะเป็นทั้งการยกระดับแรงงานด้านจิวเวอรีไทย และขยายการลงทุนของเครือ Richemont ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอีกหนึ่งวงหารือที่น่ายินดีและเชื่อว่าจะอีกหนึ่ง โอกาสอุตสาหกรรมจิวเวอรี อุตสาหกรรมออกแบบ อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย

จากนั้นเวลา11.00 น. ณ ห้าง Globus น.ส.แพทองธาร พบหารือกับ ผู้บริหารบริษัท Magazine zum Globus AG ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกระดับไฮเอนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ โดยการหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะในด้านการลงทุน และการขยายตลาดสินค้าไทยในสวิตเซอร์แลนด์ผ่านช่องทางการค้าปลีกของ Globus ซึ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าระดับพรีเมียม เช่น เครื่องสำอางและเสื้อผ้า นอกจากนี้ นายกฯได้เสนอแนวคิดในการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยในการผลิตสินค้าหัตถกรรมคุณภาพสูงเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรป โอกาสนี้ นายกฯได้เยี่ยมชม booth สินค้าไทยที่วางขายในห้าง Globus และได้หยิบยกประเด็นการเพิ่ม โอกาสสินค้าไทยที่มีคุณภาพให้นำมาวางขายมากขึ้นอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ช่วงค่ำวันเดียวกันนี้น.ส.แพทองธาร และคณะจะเดินทางกลับมายังประเทศไทย โดยจะถึงไทยวันที่ 9 มี.ค.