닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy24

“ยศชนัน” มั่นใจ พท.กวาดแต้มอีสานเพิ่ม ปลุกกระแสรักชาติโค้งสุดท้ายไม่มีผล ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกันหมด ปมคลิปเสียงล็อกตำแหน่งนายกฯ ชี้ต้องเคารพเสียงประชาชน


นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรพทค.ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่หาเสียงจ.อุบลราชธานี เขต 7 ว่า  มั่นใจทวงคืนได้ เมื่อถามว่า การยกทัพใหญ่พรรคมาตั้งเป้าว่าจะต้องชนะในพื้นที่เขต 7 ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ความจริงคณะกรรมการบริหารพรรคไปทุกพื้นที่อยู่แล้ว บังเอิญว่าประจวบเหมาะ มาเจอกันที่นี่ แล้วจะแยกย้ายกันไปตามที่ต่างๆ เมื่อถามย้ำว่า จะต้องเอาชนะในพื้นที่นี้ให้ได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกพื้นที่ เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคอีสาน 133 คน ครั้งนี้มองว่าจะได้จำนวนกี่เขต นายยศชนัน กล่าวว่า คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็มากกว่าครั้งที่แล้ว เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะรักษาฐานที่มั่นภาคอีสานไว้ได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เชื่อมั่น และมั่นใจว่าตัวนโยบายและผู้สมัครจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้จริง

เมื่อถามถึง กรณีที่มีการพูดถึงการปกป้องรั้วชายแดน เมื่อมาในพื้นที่อีสานใต้นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนเป็นเรื่องที่ต้องสื่อสาร และในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ต้องลงมาตรงนี้ เพื่อสื่อสารบอกประชาชนว่าเราจะปกป้องอธิปไตยและสันติสุข รวมถึงการดูแลปากท้อง การเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดน ไม่ใช่แค่จ.อุบลราชธานี เมื่อถามว่า เรื่องชายแดนเป็นจุดอ่อนของพรรคพท.ที่อาจจะถูกโจมตีได้ มองเรื่องนี้อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่เกี่ยว สิ่งที่เป็นประเด็นชายแดนทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกัน และสิ่งนี้ไม่เกิดความแตกแยก เราเดินทางมาแล้วพูดคุยกับประชาชนทุกคน และมองไปข้างหน้าเพื่อที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่าง กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่า จะแก้เกมอย่างไรเรื่องชาตินิยมที่ทางฝั่งสีน้ำเงิน พยายามปลุกช่วงโค้งสุดท้าย นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่มีผล เราสื่อสารตลอดว่า เรื่องของชาติคือเรื่องที่ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกัน

เมื่อถามถึง กรณีที่คลิปเสียงหลุดว่าพรรคพท.จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มองว่าจะส่งผลบวกหรือลบกับพรรคพท.อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนี้ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ พี่น้องประชาชนฟังแล้ว เขาสามารถตัดสินใจได้ เมื่อถามย้ำว่า มองอย่างไรที่มีการล็อกตัวนายกฯแล้วทั้งที่ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการเคารพประชาชน เมื่อถามว่า คลิปเสียงที่ออกมาสอดคล้องกันเนื่องจากผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคพท.ก็ออกมาโพสต์ว่าถูกข่มขู่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตนมองว่าการเมืองแบบเก่าประชาชนก็เริ่มที่จะรู้สึก แล้วตนคิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตลอด แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับการเมืองในครั้งนี้ ประเทศไทยต้องไปข้างหน้าจริงๆ เราไม่มีเวลาที่จะมาแตกแยกอีกแล้ว เรื่องนี้ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน

"จุลพันธ์" จี้ กกต.ทบทวนการทำงาน หลังเลือกตั้งล่วงหน้าพบข้อบกพร่องหลายจุด ทุกพรรคเสียหาย–สังคมคือผู้รับเคราะห์ ด้าน “ชูศักดิ์” แนะ ตั้งคกก.สอบข้อเท็จจริง ลั่นเป็นเรื่องไม่น่าเกิดสำหรับมืออาชีพ

วันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ จ.อุบลราชธานี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าพบข้อบกพร่องหลายอย่างมองว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรทำอะไรมากกว่านี้หรือไม่ ว่า ประเด็นนี้เป็นข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจริง ทาง กกต. ควรต้องทบทวนการทำงานของตัวเอง เพราะความผิดพลาดในเรื่องปิดป้ายเบอร์ผู้สมัคร เกิดกับผู้สมัครหลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เราได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้มีการแก้ไขได้ถูกต้อง

ส่วนเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงตอนนี้ในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง ทางพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้าการเมืองที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่ในวันนี้ กกต. ต้องออกมาแสดงออก ต้องปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบในการตรวจจับ ประพฤติผิดมิชอบให้เข้มงวดกว่าที่เป็นอยู่ และสังคมรอฟังหลายเรื่อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการแจ้งออกมาว่า มีการแลกธนบัตรแบงค์ย่อย 200-300 ล้านบาท เรื่องนี้วันนี้ถึงไหนแล้ว จึงเรียกร้องไปยัง กกต. ให้มีความชัดเจนเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต หรือมีนัยอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตรงจุดนี้คงไม่ไปกล่าวโทษว่า สุจริตหรือไม่สุจริต เพียงแต่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของ กกต. ที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ทุกพรรคการเมืองได้รับผลกระทบหมดในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคที่บัตรเบอร์หายหรือไม่ก็ตาม และพรรคเพื่อไทยก็มีใบปิดเบอร์ของผู้สมัครหายเช่นเดียวกัน ฉะนั้นสังคมไทยต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย

เมื่อถามถึง กรณีบางพรรคการเมืองจี้ให้ กกต.ลาออก เพราะไม่ใช่ไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ท่านต้องทบทวนตัวเองในเรื่องการทำงาน ซึ่งการลาออกขณะนี้คงไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม คงต้องให้การเลือกตั้งเดินหน้าเสร็จสิ้นก่อน

เมื่อถามต่อว่า ความบกพร่องแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา ม.157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า โดยหลักถ้าตนเป็น กกต. ตนต้องคิดว่า ควรต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเหตุผลความบกพร่องทั้งหลายเกิดจากอะไร เป็นความบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อ หรือมีเจตนาต่างๆ ซึ่งข้อสังเกตของตนคือ เรื่องนี้จะมีผลเป็นรูปธรรมต่อเมื่ออีกขั้นหนึ่ง คือ การที่ประชาชนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วคะแนนจะส่งไปที่จังหวัดต่างๆโดยผนึกซองไว้ ตอนนั้นจะรู้ว่าท้ายที่สุดว่าคะแนนจะไปตามนั้นหรือไม่

“ถ้าเป็นผมแนะนำ กกต.ว่า ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หาความจริงให้เป็นที่ยุติ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจว่าบกพร่องอย่างไร แต่แน่นอนที่สุดเขารับแล้วว่าบกพร่อง ผมฟังดูจากข่าวคิดว่าไม่ได้บกพร่องธรรมดาเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดสำหรับมืออาชีพ” นายชูศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีคนไปร้องจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า สุดแต่ดุลพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อก่อนนี้มีการนำหลายเรื่องรวมกันแล้วไปร้อง ทำให้วินิจฉัยออกมาว่าไม่สุจริต ท้ายสุดกลายเป็นโมฆะ ซึ่งครั้งนั้นมันหลายเรื่องและเป็นบริบททางการเมือง ที่ดูเหมือนว่าจะล้มการเลือกตั้ง ครั้งนี้บริบทต่างกัน 

"ยศชนัน" ส่งท้ายหาเสียงอุบลฯ คึกคัก อ้อนเลือก พท. ยกจังหวัด “ณัฐวุฒิ” ซัดพวกปั่นกระแสโซเชียลทำแตกแยก ย้ำ “อ.เชน” สู้เคียงข้างเสื้อแดงมาตลอด ไม่อยู่ในเงื่อนไขความขัดแย้ง ได้เป็นผู้นำทำงานได้ทันที ไม่ต้องไปเคลียร์ใจ

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) และคณะ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี เขต 4 โดยพบปะกับพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้เป็นระยะ และได้ปิ้งข้าวจี่ พร้อมกับกล่าวว่า “เป็นของดีเมืองอุบล ใครมาก็ต้องกิน”

ทั้งนี้ ระหว่างทางเดินไปเวทีปราศรัย ได้พบกับกลุ่มเยาวชนหรือกลุ่มแดง Gen Z โดยมีตัวแทนกลุ่มได้สอบถามว่า ถ้ารัฐบาลเป็นพรรค พท. จะพัฒนาเศรษฐกิจในภาคอีสานด้านใดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกด้าน ทั้งเกษตรแปรรูป SME ต่าง ๆ การส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ส่งเสริมเศรษฐกิจมูลค่าสูง เป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขและการศึกษาต้องกระจายอำนาจรัฐลงสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ การทำแบบนี้เป็นการทำให้เข้าถึงงบประมาณ ทั้งการศึกษาและสาธารณสุข

พร้อมถามต่อว่า ถ้าจบปริญญาตรีจะมีฐานเงินเดือนเท่าไร จะเทียบเท่ากับคนที่ไม่ได้เรียนต่อ แต่ทำงานในตลาดแรงงานมาก่อนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องกลไกฐานเงินเดือนเราต้องทำความเข้าใจ ให้เหมาะสมกับบางสิ่งบางอย่าง กลไกจะขึ้นไปทั้งหมด แต่ตอนนี้กลไกยังไม่เพียงพอ ซึ่งตนพยายามจะสร้างและเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนฐานเงินเดือนจากสาขาวิชาชีพได้ ควบคู่กับการสร้างงาน คือ จะส่งเสริมสตาร์ทอัพ และ SME

ต่อมา เวลา 19.00 น. นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ปากห้วยวังนอง อ.เมือง ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี ทั้ง 11 เขต โดยมีประชาชนมาฟังจำนวนมาก ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ประชาชนต่างส่งเสียงร้องเชียร์กึกก้องว่า “นายกฯ เชน” พร้อมรุมกอดหอม และมอบช่อดอกกุหลาบ พวงมาลัยกระทะหมูเกาหลี พวงมาลัยก๋วยจั๊บญวน พวงมาลัยกุนเชียง พวงมาลัยหมูยอ

นายยศชนัน ปราศรัยว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวอุบลราชธานีทุกท่าน วันนี้ตนเอาหัวใจมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว วันนี้คนมาเยอะมากมาย ตนสามารถที่จะบอกกับพ่อแม่พี่น้องว่าหากไม่มีอุบล ก็ไม่มีพรรคเพื่อไทย 8 กุมภาพันธ์ ตนพร้อมที่จะเปลี่ยนความฝันความหวังของพี่น้องชาวอุบลฯ ให้เป็นความจริง อุบลราชธานีมีดีมากมาย ทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหารก็ดี วัดวาอารามสวยงาม โอทอปดี และแน่นอนอุบลต้องอยู่ในสายตาประชาคมโลก สิ่งสำคัญคือเรื่องของคุณภาพชีวิตที่ดี เราจะแก้หนี้ทั้งระบบ สร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวัน 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องไร้จน แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งทั้งระบบ ปัญหายาเสพติด ปัญหาสแกมเมอร์ไม่จบ ไม่เลิก ปัญหาคอร์รัปชันมีมากมาย ตนจะเข้าไปแก้ปัญหา รัฐบาลดิจิทัลจะทำให้ประเทศไทยต้องไม่มีคอร์รัปชัน

“วันนี้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง ผมไม่สามารถเข้าสภาฯ คนเดียวได้ ขอให้พี่น้องช่วยเลือกทั้ง 11 เขต การเลือกตั้งเหลืออีกไม่กี่วัน ขอให้ช่วยสนับสนุนพรรค พท. เลือกทั้งคนทั้งพรรค” นายยศชนัน กล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า นั่งรถมาเห็นข่าวโซเชียล ที่มีคนพยายามปั่นกระแสว่า อ.เชน ไม่ใช่คนเสื้อแดง แล้วจะให้คนเสื้อแดงเลือกไปเป็นนายกฯ ได้อย่างไร จึงอยากบอกว่า อ.เชน มาร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงในหลายเวที หลายวาระ แต่ตอนนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัย จึงไม่ได้แสดงตัว หรือ ปรากฏตัวบนเวที จึงต้องถามกลับไปว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ไม่ได้เป็นเสื้อแดง แต่ทำไมบางพรรคการเมืองถึงแบกไปเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และยังพบว่า ช่วงหลังนายกฯ หันมาขู่ตนว่า ที่พูดระวังจะโดนฟ้อง ซึ่งเป็นการขู่จะฟ้องคนที่เคยติดคุกมาแล้ว 3 รอบ แต่หากนายกฯ จะฟ้องเพิ่มอีกคดี ถือว่าเป็นเกียรติ แต่ต้องฟ้องประชาชนว่า นายกฯ คนนี้เข้ามาด้วยถูกหวยกินส้ม ไปไหนมาไหน อ้างจะทำต่าง ๆ นานา ให้ประชาชนมากมาย แต่บนเวทีพูดแค่นโยบายเดียว คือ คนละครึ่ง ๆ ถ้าพูดได้แค่นี้ พรรค พท. ให้ได้มากกว่าคนละครึ่ง คือ รัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อคืนเห็นนายอนุทิน ปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี เดี๋ยวนี้แปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก็เรียกตัวเองเป็นนั้นเป็นนี้ เป็นไส้เดือน อาการน่าเป็นห่วง แต่วิถีพรรค พท. เป็นได้อย่างเดียว และเป็นมาตลอด คือ เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่ทำได้ทุกนโยบายอย่างแน่นอน

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวว่า พรรค พท. มาวันนี้ เราไม่ได้พาพี่น้องแบ่งสีแบ่งฝ่าย เราไม่ได้บอกว่า ต้องกาคนที่เรียกตัวเองว่า เสื้อแดงเท่านั้น แต่พรรค พท. เป็นรัฐบาลของทุกคน มีเป้าหมาย คือ การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน คนจะเลือกหรือไม่เลือกก็ตาม แต่ถ้าเราเป็นรัฐบาล จะทำงานอย่างจริงจัง ตั้งใจ พรรค พท. ทั้งประเทศ คนไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรก็กาพรรค พท. ได้ทั้ง 2 ใบ เพราะแคนดิเดตนายกฯของเรา ไม่อยู่ในเงื่อนไขของความขัดแย้ง ไม่ว่าจะไปดีเบต ไปปราศรัย หรืออธิบายความที่เคยฟาดฟันในสนาม นี่คือวิธีคิดของคนตั้งใจทำงาน หากเอาแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคมาเรียงกัน จะเห็นว่า เด่นที่สุด แตกต่างที่สุด คือ “ยศชนัน” ดังนั้น เลือกตั้งครั้งนี้ คือ เลือกนายกฯ ถ้าจะเลือกนายกฯ ก็ขอให้เลือก “ยศชนัน”